เที่ยวอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว หาดแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี

เที่ยวอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว หาดแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี
เที่ยวอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว หาดแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี

วัดมังกรบุปผาราม หรือวัดเล่งฮัวยี่ อยู่บนถนนสุขุมวิท เส้นทางสาย จันทบุรี-ขลุง ห่างจากตัวเมืองจันทบุรี ๑๖ กิโลเมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๐ เป็นวัดนิกายมหายาน มีศาลาและพระอุโบสถที่ตกแต่งด้วยกระเบื้อง โมเสก เป็นลวดลายต่างๆ อย่างงดงาม ภายในวัดมีบรรยากาศที่เงียบสงบ และร่มรื่น เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจในการปฏิบัติธรรม วัดมีที่พักสำหรับผู้มา ปฎิบัติธรรม วัดมีงานประจำปี ๒ งาน คือ งานบุญกฐิน จัดขึ้นหลังช่วงเทศกาลออกพรรษา และงานทำบุญประจำปีของวัด จัดขึ้นหลังวันตรุษจีน ๒๑ วัน จะมีประชาชนเดินทางมาร่วมทำบุญถือศีล และพำนักที่วัดตลอด ช่วงการจัดงานนาน ๗ – ๑๐ วัน โทร. ๐ ๓๙๓๙ ๗๒๑o, ๐๘๑ ๙๓๙ ๗๕๕๙

เจดีย์ทองวัดทรายงาม ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองบัว เป็นเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันต์ธาตุ บนยอดเจดีย์สามารถชมวิวทิวทัศน์ โดยรอบเมืองจันทบุรี

อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว อยู่ในเขตอำเภอแหลมสิงห์ บนเทือกเขาสระบาป มีเนื้อที่ ๘๔,๐๖๓ ไร่ พันธุ์ไม้ต่างๆ ที่พบ เช่น ขนุนป่า กระท้อนป่า พิมเสน ขึ้นอยู่ทั่วไป และยังมีสัตว์ป่าต่างๆ เช่น หมูป่า เลียงผา พังพอน กระแต หมีควาย และยังเป็นที่อยู่ของปลานานาชนิด เช่น ปลาพลวง ปลาดุก ปลาฉาก คำว่า พลิ้ว” กล่าวกันว่าเป็นภาษาชอง ซึ่งเป็นเจ้าของถิ่นเดิม แปลว่า ทราย หรือ หาดทราย แต่เข้าใจกันว่า น้ำตกพลิ้วคงจะได้ชื่อมาจากต้นไม้ชนิดหนึ่ง ซึ่งชอบขึ้นในดินปนทราย เป็นไม้เถามีดอกเป็นผลเล็กขนาด ลูกเกด สีเหลืองอมแดง ขึ้นทั่วไปในแถบนี้ น้ำตกพลิ้วเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีน้ำตลอดปี น้ำใสมองเห็นพื้นล่าง ส่วนใหญ่เป็นดินปนทราย

สถานที่น่าสนใจในบริเวณอุทยานฯ ได้แก่  

น้ำตกคลองนารายณ์ มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า น้ำตกเขาสระบาป” อยู่ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ ๘ กิโลเมตร บนเส้นทางสายจันทบุรี-แหลมสิงห์ น้ำตกแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง ต้องเดินลัดเลาะผ่านป่าซึ่งยังคงความอุดมสมบูรณ์และความงดงามตามธรรมชาติ สายน้ำตกสูง ๒๕ เมตร บรรยากาศเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักแรมท่ามกลาง ธรรมชาติที่เงียบสงบอย่างแท้จริง

น้ำตกพลิ้ว ตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ เพียง ๒๐๐ เมตร เป็นน้ำตก ขนาดกลางที่มีต้นกำเนิดมาจากลำธารน้ำใต้ดินที่ผุดขึ้นตรงซอกหินบนหน้าผาแล้วไหลลงสู่แอ่งน้ำด้านล่าง น้ำใสเหมาะกับการลงเล่นน้ำ ก่อนถึง ตัวน้ำตกจะมีแอ่งน้ำธรรมชาติซึ่งเป็นที่อาศัยของปลาพลวง และจะพบเฉพาะ ตามลำธารน้ำตกบางภาคเท่านั้นและในบริเวณน้ำตกพลิ้วยังมีโบราณ สถานที่สำคัญอยู่สองแห่ง ได้แก่ปิรามิด

พระนางเรือล่ม อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ประมาณ ๒๐๐ เมตร เป็นสถูปทรงปิรามิดสร้างด้วยหินแกรนิต เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๔ เพื่อเป็นที่ระลึกถึงความรักที่พระพุทธเจ้าหลวงทรงมีต่อพระนางเจ้าสุนันทาฯ หลังจากที่พระองค์เสด็จทิวงคตเนื่องจากเรือพระประเทียบล่มในแม่น้ำเจ้าพระยา ภายในปิรามิดบรรจุพระอังคารส่วนหนึ่งของพระองค์ไว้ด้วย

อลงกรณ์เจดีย์ อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ประมาณ ๒๕๐ เมตร สร้างด้วยศิลาแลง เมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๙ โดยที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์เสด็จ ประพาสน้ำตกพลิ้ว เมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๗ ทั้งสองพระองค์ทรงพอพระราชหฤทัยในน้ำตก พลิ้วมาก จึงโปรดฯ ให้สร้างเจดีย์ไว้เพื่อเป็นที่ระลึกและพระราชทานนาม เจดีย์นี้ว่า อลงกรณ์เจดีย์”

น้ำตกตรอกนอ อยู่ทางทิศตะวันตกของน้ำตกพลิ้ว มี ๓ ชั้น ชั้นแรก ชื่อ น้ำตกไม้ซี้” (ไม้ซี้ แปลว่า ต้นไผ่) อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ เพียง ๕๐๐ เมตร การเดินทางไปน้ำตกชั้นนี้ต้องเดินทางผ่านอุโมงค์ป่าไผ่ มีความยาว ๕๐ เมตร ชั้นที่สอง ชื่อ น้ำตกกลาง” ห่างจากชั้นที่ ๑ ประมาณ ๑ กิโลเมตร สภาพโดยรอบเป็นธรรมชาติอันสวยงามของพันธุ์ไม้ ดอกไม้ป่านานาชนิด และ ชั้นที่สาม คือ “น้ำตกตรอกนอง” ห่างจากชั้นที่ ๒ ประมาณ ๑ กิโลเมตร มีลักษณะเป็นลำธารที่ไหลตกมาจากหน้าผาสูง ประมาณ ๒๐ เมตร การเดินทางไปยังน้ำตกต้องใช้ผู้ที่มีความชำนาญในการนำทาง นักท่องเที่ยวที่ต้องการไปชั้นบนสุดนี้ต้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่ อุทยานฯ ก่อนและสำหรับผู้ที่ต้องการพักแรมท่ามกลางธรรมชาติที่เงียบ สงบ สามารถนำเต็นท์มาตั้งแคมป์พักแรมได้ โดยทางอุทยานฯ น้ำตกพลิ้วมีเต็นท์ให้เช่า พักได้ ๒ คน

การเดินทางไป น้ำตกตรอกนอง ห่างจากตัวเมืองจันทบุรี ๒๖ กิโลเมตร ไปตามถนนสุขุมวิท เส้นทางจันทบุรี-ขลุง-มะขาม เมื่อถึงสี่แยกอำเภอขลุง เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางสายอำเภอขลุง-อำเภอมะขาม ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร จะถึงหมู่บ้านตรอกนอง ทางแยกเข้าน้ำตกอยู่ทางซ้ายมือ เข้าไปอีก ๒ กิโลเมตร จะถึงที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ น้ำตกพลิ้วที่ ๑ (น้ำตก ตรอกนอง) นอกจากนี้ทางอุทยานฯ ได้จัดทำ เส้นทำงศึกษำธรรมชำติ ไว้ ๓ เส้นทาง เส้นทางแรก เส้นทางศึกษาธรรมชาติของระบบนิเวศน์ป่าร้อน (อยู่ที่ทำการ อุทยานฯ น้ำตกพลิ้ว) ระยะทางประมาณ ๑,๒๐๐ เมตร ใช้เวลา ๔๕ นาที ศึกษาระบบนิเวศน์ป่าเขตร้อน ต้นน้ำลำธารและสัตว์ป่า และได้จัดทำป้ายสื่อความหมายไว้ เส้นทางที่ ๒ เส้นทางศึกษาความหลากหลายของทางชีวภาพ (อยู่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว ที่ ๑ น้ำตกตรอกนอง) ระยะทาง ๒ กิโลเมตร ใช้เวลา ๔๕ นาที จะพบเห็นนกและผีเสื้อชนิด ต่างๆ เส้นทางที่ ๓ เส้นทางศึกษาความหลากหลายของระบบนิเวศน์ (หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ น้ำตกพลิ้ว ที่ ๓ น้ำตกคลองนารายณ์) ระยะทาง ๒ กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่ผ่านจุดชมวิว เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบเดินป่าชมธรรมชาติ ระหว่างทางจะพบสัตว์ป่า และนกชนิดต่างๆ ค่าเข้าอุทยานฯ ชาวไทย ผู้ใหญ่ ๔๐ บาท เด็ก ๒๐ บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ ๒๐๐ บาท เด็ก ๑๐๐ บาท

สถานที่พัก อุทยานฯ มีบริการบ้านพัก จำนวน ๓ หลัง พักได้ ๖ คน ค่ายพักแรม จำนวน ๒ หลัง พักได้ ๓๐ คน (อยู่ที่น้ำตกตรอกนอง) และ จำนวน ๒ ห้อง พักได้ ๑๕ คน มีเต็นท์ให้เช่า พักได้ ๒-๘ คน และในกรณีที่นักท่องเที่ยวนำเต็นท์มาเองเสียค่าพื้นที่กางเต็นท์ สอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว โทร. ๐ ๓๙๔๓ ๔๕๒๘ หรือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. ๐ ๒๕๖๒ ๐๗๖๐ หรือ www.dnp.go.th

การเดินทาง ห่างจากตัวเมืองจันทบุรี ๑๔ กิโลเมตร ไปตามถนนสุขุมวิท เส้นทางจันทบุรี-ขลุง กิโลเมตรที่ ๓๔๖ มีทางแยกซ้ายไปน้ำตกพลิ้ว ๒ กิโลเมตร หรือใช้บริการรถสองแถวจันทบุรี-ขลุง, จันทบุรี-แหลมสิงห์ ค่าโดย สารประมาณ ๓๕ บาท มาลงที่บริเวณหน้าปากทางเข้าอุทยานฯ

น้ำตกมะกอก อยู่เลยทางเข้าน้ำตกตรอกนองไปประมาณ ๖ กิโลเมตร ตามถนนสาย ขลุง – มะขาม จะมีหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ (น้ำตกมะกอก) เดินเลียบลำธารไปอีกประมาณ ๖๐๐ เมตร น้ำตกมะกอกเป็นน้ำตก ขนาดเล็กมี ๒ ชั้น สายน้ำไหลจากผาสูงชัน น้ำใสสีเขียวอมฟ้า มีน้ำตลอดทั้งปี มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะทางประมาณ ๒.๑ กิโลเมตร เริ่มต้น บริเวณด้านหลังหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ

พุทธอุทยานวัดชากใหญ่ ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข ๓๑๔๙ แยกทางเข้า อำเภอแหลมสิงห์ จากถนนสุขุมวิทเข้าไปประมาณ ๕๐๐ เมตร มีประติมา- กรรมที่แสดงเรื่องราวในพุทธประวัติ และตอนแสดงธรรมโปรดบุคคล ต่างๆ ซึ่งล้วนมีลักษณะที่สวยงาม และยังมีแผ่นป้ายอธิบายเรื่องราวต่างๆ ของประติมากรรมนั้นๆ ด้วย

07-จันทบุรี-17
คุกขี้ไก่

คุกขี้ไก่ ตั้งอยู่ใกล้ตึกแดง ที่ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ ก่อนถึงท่าเทียบเรือ ๑ กิโลเมตร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๖ (ร.ศ. ๑๑๒) เมื่อฝรั่งเศสได้เข้ายึดจันทบุรี ในกรณีพิพาทกันด้วยเรื่องดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ระหว่างนั้นกองทหาร ฝรั่งเศสประมาณ ๖๐๐ คน แยกกันอยู่สองแห่ง แห่งแรกตั้งอยู่ที่เมืองจันทบุรี บริเวณที่เป็นค่ายทหารในปัจจุบัน อีกแห่งอยู่ที่ปากน้ำแหลมสิงห์ ฝรั่งเศสได้สร้างคุกขี้ไก่เพื่อใช้กักขังคนไทยที่ต่อต้านฝรั่งเศส มีลักษณะเป็นหอสี่เหลี่ยม จัตุรัสกว้างยาวด้านละประมาณ ๔.๔๐ เมตร สูงประมาณ ๗ เมตร มีช่อง ระบายอากาศอยู่สองแถว หลังคาโปร่ง เล่ากันว่าเป็นคุกที่ทรมานมาก เพราะชั้นบนใช้เป็นที่เลี้ยงไก่ ซึ่งจะถ่ายมูลราดศีรษะนักโทษที่ถูกคุมขัง ตลอดเวลา

การเดินทาง คุกขี้ไก่ห่างจากอำเภอเมืองประมาณ ๓๐ กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข ๓ เส้นจันทบุรี-ตราด เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๑๔๙ ก่อนถึงอำเภอแหลมสิงห์ตั้งอยู่ทางด้านขวามือ

ตึกแดง ตั้งอยู่ที่ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ อำเภอแหลมสิงห์ บริเวณท่าเรือ แหลมสิงห์ อำเภอแหลมสิงห์ ใกล้กับคุกขี้ไก่ ห่างจากตัวเมืองจันทบุรี ๓๐ กิโลเมตร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๖ พร้อมกับคุกขี้ไก่ เดิมเป็นที่ตั้งของป้อมพิฆาตปัจจามิตรซึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๓ ต่อมาเมื่อฝรั่งเศสเข้ายึดเมืองจันทบุรีได้รื้อป้อมแห่งนี้ลง และสร้างตึกแดงขึ้นเพื่อใช้เป็นที่พักและกอง บัญชาการทหารฝรั่งเศส เป็นตึกชั้นเดียว สีแดง หลังคามุงกระเบื้อง

07-จันทบุรี-18
ตึกแดง

หาดแหลมสิงห์ ตั้งอยู่ที่ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ ส่วนชายหาดแหลมสิงห์ นี้เป็นชายหาดปากอ่าวที่แม่น้ำจันทบุรีไหลมาออกอ่าวไทย มีที่นั่งพักผ่อน พร้อมทั้งร้านจำหน่ายอาหารตั้งเรียงรายอยู่ริมหาด มีบริการด้านที่พักสำหรับ นักท่องเที่ยว จากบริเวณหาดมองออกไปจะเห็นเกาะจุฬา และเขาแหลมสิงห์ อยู่เบื้องหน้า และในบริเวณหาดแหลมสิงห์มีเรือให้เช่าไปดำน้ำเที่ยวเกาะจุฬา เกาะนมสาว นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อกลุ่มประมงเรือเล็กในพื้นที่ ห่าง จากตัวเมือง ๓๐ กิโลเมตร ใช้เส้นทางถนนสุขุมวิททางไปจังหวัดตราด ถึงกิโลเมตรที่ ๓๔๗ มีทางแยกขวาไปทางแหลมสิงห์ ๑๖ กิโลเมตร หรือ ใช้เส้นทางท่าใหม่ – บางกะไชยสามารถข้ามสะพานแหลมสิงห์ตรงจุดก่อน ถึงวนอุนทยานแหลมสิงห์ได้เช่นกัน

โอเอซีส ซีเวิลด์ ตั้งอยู่ที่ตำบลปากน้ำ อำเภอแหลมสิงห์ ห่างจากตัวเมือง จันทบุรี ๒๕ กิโลเมตร บนพื้นที่กว่า ๖๘ ไร่ เป็นสถานที่เพาะพันธุ์และ อนุรักษ์ปลาโลมาในน่านน้ำจันทบุรีซึ่งมีอยู่ ๒ พันธุ์คือ พันธุ์หัวบาตร และ พันธุ์ปากขวด นอกจากนี้ยังมีสวนสมุนไพร เช่น โด่ไม่รู้ล้ม จำเรียง อบเชย จันท์ชะมด เป็นต้น มีที่พักจัดทำเป็นค่ายพักแรมไว้บริการให้กับเยาวชน นักเรียน และยังเป็นสถานที่ศึกษาธรรมชาติวงจรชีวิตของปลาโลมา การเพาะเลี้ยงปลาโลมาอีกด้วยการแสดงของปลาโลมามีให้ชมทุกวันวันละ ๕ รอบ วันธรรมดามีรอบ ๐๙.๐๐ น., ๑๑.๐๐ น., ๑๓.๐๐ น., ๑๕.๐๐ น., ๑๗.๐๐ น. วันเสาร์-อาทิตย์ เพิ่มรอบเวลา ๐๗.๐๐ น. และรอบเล่นน้ำกับปลาโลมามีรอบ ๙.๔๕ น., ๑๑.๔๕ น., ๑๓.๔๕ น., และ ๑๕.๔๕ น. ราคา ๔๐๐ บาท ค่าเข้าชม ชาวไทย เด็ก ๕๐ บาท ผู้ใหญ่ ๙๐ บาท ชาวต่างชาติ เด็กและผู้ใหญ่ ๑๘๐ บาท สอบถามรายละเอียด โทร. ๐ ๓๙๔๙ ๙๒๒๒, ๐ ๓๙๓๖ ๓๒๓๙  www.oasisseaworld.net

สะพานแหลมสิงห์ เป็นสะพานที่ข้ามระหว่างแหลมสิงห์ – บางกะไชย ทอดผ่านปากน้ำแหลมสิงห์เป็นสะพานที่ยาวที่สุดในภาคตะวันออก มีความ ยาวระยะทาง ๑,๐๖๐ เมตร มีทัศนียภาพที่สวยงาม สามารถมองเห็นชุมชนประมงพื้นบ้าน นับว่าเป็นจุดชมวิวและชมพระอาทิตย์ตกที่สวยของจันทบุรี และยังเป็นจุดของนักนิยมตกปลาด้วย

บางชันโฮมสเตย์ (หมู่บ้านไร้แผ่นดิน ถิ่นเหยี่ยวแดง เกาะสุดท้ายของ จันทบุรี) ตั้งอยู่ที่ ๗๘ หมู่ ๓ ตำบลบางชัน อำเภอขลุง ในบริเวณอ่าวไทย ซึ่งประกอบ อาชีพประมงเป็นหลัก และยังมีทรัพยากรธรรมชาติอีกมากมายเหมาะสำหรับการเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เช่นป่าชายเลนและคลองน้ำเค็ม ๑๐ สาย ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำนานาชนิด ชุมชนบางชันจึงเล็ง เห็นความสำคัญ ของการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างยั่งยืนจึงร่วมกันส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างพอเพียงและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน ระหว่างชุมชน และนักท่องเที่ยวจึงได้มีการจัดโฮมสเตย์เพื่อบริการนักท่องเที่ยว กิจกรรมศึกษาวิถีชีวิตและการประกอบอาชีพของชาวบ้าน ล่องแพชมวิว ธรรมชาติของแม่น้ำเวฬุ นมัสการหลวงพ่อลอย ณ วัดเทพขาหย่าง ชมเหยี่ยวแดงและนกนานาชนิด นั่งเรือชมป่าชายเลนอายุกว่า ๒๐๐ ปี ร่วมทำกิจกรรมประกอบอาชีพกับชาวประมง รับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ ๖๐ ท่าน มีเรือรับส่ง สนใจติดต่อ โทร.๐ ๓๙๓๒ ๖๕๙๐ , ๐๘ ๖๔๐๔ ๗๑๒๐

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *