เตรียมตัวก่อนไปล่องแก่ง

เตรียมตัวก่อนไปล่องแก่ง
เตรียมตัวก่อนไปล่องแก่ง

การล่องแก่ง นอกจากจะสนุก ตื่นเต้น และเร้าใจแล้ว ยังเป็นกีฬาที่ทำให้ชุ่มชื่นทั้งกายและใจอีกด้วย รับรองว่าคุณจะได้เปียกตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าแน่นอน ในเมืองไทยเองก็มีสถานที่สำหรับการล่องแก่งอยู่ด้วยกันหลายที่ เช่น สะพานท่าด่าน จ.นครนายก, แก่งหินเพิง จ.ปราจีนบุรี, แก่งลำน้ำเข็ก จ.พิษณุโลก, แก่งภูเกาะ จ.สระบุรี, หรือหากไปทางใต้ก็มีที่แก่งวังสายธาร จ.สตูล, แก่งหนานมดแดง จ.พัทลุง แม้แต่ที่อำเภอปาย จ.แม่ฮ่องสอน ก็มีสถานที่สำหรับล่องแก่งเช่นเดียวกัน สำหรับผู้ทียังไม่เคยล่องแก่งมาก่อนเลยคงสงสัยว่าต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

เตรียมความพร้อมก่อนล่องแก่ง

ก่อนอื่นเริ่มจากเตรียมร่างกายของตนเองให้พร้อม เนื่องจากการล่องแก่งจะต้องใช้แรงในการพายเพื่อกำหนดทิศทางของแพยางหรือเรือแคนนู หากใครที่ไม่ค่อยได้ฝึกกล้ามเนื้อ หรอืไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ จะเกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ ทำให้มีอาการปวดเมื่อยได้ ดังนันจึงควรฝึก Endurance และ Strengthening exercise กล้ามเนื้อแขน หน้าอกช่วงบน และหลัง เริ่มจากท่าง่ายๆ คือ การฝึกยกดัมเบลล์ (dumbbell) หรือฝึกดันพื้น (push up) หากไปฝึกที่ยิมอาจจะใช้ Pull down machine หรือ Barbell ในการฝึกกล้ามเนื้อได้เช่นกัน หรืออาจปรึกษากับเทรนเนอร์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล

ต่อมาคือ การเตรียมอุปกรณ์โดยอุปกรณ์ที่สำคัญสำหรับการล่องแก่ง คือ เสื้อชูชีพและหมวกกันน็อค ซึ่งปกติทางร้านที่เราใช้บริการมักจะเตรียมให้อยู่แล้ว แต่เราควรตรวจสอบว่าเสื้อชูชีพอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์หรือไม่ เสื้อชูชีพที่ดีควรมีนกหวีดติดกับตัวเสื้อด้วย เผื่อเวลาที่เกิดอุบัติเหตุจะได้ใช้ในการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือได้ ส่วนหมวกกัน็อคควรมีคุณภาพดีสำหรับลดความรุนแรงเวลาที่ศีรษะกระแทกกับโขดหิน จะช่วยลดการเกิดเลือดออกในสมองซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตได้ อย่างไรก็ตามก่อนลงน้ำก็อย่าลืมตรวจสอบแพยาง เรือแคนนู และไม้พาย ว่าอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และพร้อมใช้งานหรือไม่

เสื้อผ้าที่ใส่ควรเป็นแบบแขนขายาว เพื่อป้องกันแดดและการขีดข่วนจากกิ่งไม้หรือโขดหินต่างๆ ควรเป็นผ้าที่เบาและแห้งเร็ว หรือถ้าหากเป็นเสื้อขนสัน ควรใส่ปลอกแขนด้วย รองเท้าควรเลือกเป็นรองเท้าหุ้มส้นที่สามารถเปียกน้ำและสามารถเดินป่าได้ ก่อนลงน้ำ ควรทาครีมกันแดดชนิดที่กันน้ำได้ (Water Resistance) ทั้งที่ใบหน้าและตามลำตัว โดยเลือกที่ป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB โดยทาซ้ำ 2 ครั้ง ห่างกันประมาณ 2-3 นาที

นอกจากนี้อุปกรณ์ที่ติดตัวไปควรเป็นอุปกรณ์ที่กันน้ำเข้าได้ เช่น กล้องถ่ายรูป ควรเป็นชนิดที่กันน้ำได้ หรืออาจเลือกใช้กล้องที่มีอุปกรณ์กันน้ำ (Housing) แยกต่างหาก แต่ถ้าอุปกรณ์ใดก็ตามที่ไม่สามารถกันน้ำได้ควรใส่ในกระเป๋ากันน้ำ ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายแบบ สิ่งของมีค่าทั้งหลาย เช่น ต่างหู แหวน โทรศัพท์มือถือ ไม่ควรนำติดตัวไปเนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะหล่นหายได้ง่าย

อีกสิ่งหนึ่งที่ควรติดไว้ในกระเปาคือ อุปกรณ์ปฐมพยาบาล เช่นน้ำเกลือ เบตาดีน แอลกอฮอล์ ผ้าพันแผล พลาสเตอร์กันน้ำ ผ้ายืดพันข้อศอกหรือข้อเท้า ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น หากเกิดอุบัติเหตุแขนหัก ให้ล้างแผลให้สะอาด นำไม้มาดาม แล้วนำผ้ายืดมาพันเพื่อดามกระดูกให้อยู่นิ่ง เพราะถ้าบริเวณที่หักมีการเคลื่อนไหวจะทำให้มีอาการปวดและเนื้อเยื่อจะถูกทำลายมากยิ่งขึ้น

งดการดื่มสุราหรือของมึนเมาทุกชนิดก่อนลงน้ำ เพราะการล่องแก่งต้องใช้ สติ ในการตัดสินใจตลอดเวลา หากอยู่ในอาการมึนเมาอาจเป็นอันตรายทั้งต่อตนเองและเพื่อนร่วมทีมได้ ขณะที่ทำการล่องแก่งให้เชื่อฟังคำสั่งของเจ้าหน้าที่ และปฏิบัติตามคำสั่งของผู้นำและผู้ที่คัดท้ายเรืออย่างเคร่งครัด และออกแรงในการพายให้เต็มที่ นอกจากนี้เพื่อความปลอดภัยควรมีผู้ที่ชำนาญเส้นทางและพื้นที่อยู่ในทีมอย่างน้อย 1 คน

หากล่องแก่งแล้วตกลงไปในน้ำ ควรทำอย่างไรให้ตัวเองปลอดภัยมากที่สุด

หากตกลงไปในน้ำให้ตั้งสติ เป็นอันดับแรก หากใส่เสื้อชูชีพอยู่ เสื้อจะช่วยให้เราลอยตัว ให้เราว่ายเข้าหาฝั่งที่ใกล้ที่สุด และขณะที่ลอยตัวอยู่ในน้ำ ให้นอนหงาย ลำตัวขนานกับผิวน้ำ ยกขาลอยขึ้นชี้ไปด้านหน้า หรือรออยู่บริเวณจุดเกิดเหตุจนกว่าเจ้าหน้าที่จะมาช่วยเหลือ ไม่ควรว่ายทวนน้ำเนื่องจากจะใช้พลังงานมาก ทำให้เหนื่อยและหมดแรงได้

นอกจากกีฬาล่องแก่งจะเป็นกีฬาที่ตื่นเต้นและท้าทายแล้ว ยังทำให้เราได้ออกกำลังกายไปในตัวอีกด้วย ดังนั้นก่อนที่หน้าฝนนี้จะผ่านพ้นไป เพื่อนๆ อย่าลืมเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการล่องแก่งกันนะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *