สถานที่ แหล่งท่องเที่ยวอำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก

ถ้ำผาท่าพล
ถ้ำผาท่าพล

ถ้ำเดือน-ถ้ำดาว เป็นแหล่งท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ทางด้านทิศตะวันตก ในความดูแลของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ สล.๖ บ้านมุง มีลักษณะเป็นถ้ำน้ำลอด ทางขึ้นปากถ้ำาเป็นธารน้ำไหลผ่านโขดหินน้อยใหญ่ซึ่งต้องปีนป่ายขึ้นไป ในถ้ำมีลักษณะคล้ายห้องโถงที่มีธารน้ำไหลผ่าน มีความยาว ๑.๔ กิโลเมตร สวยงามด้วยหินงอก หินย้อย ช่วงที่เหมาะแก่การชมถ้ำคือในฤดูแล้ง และต้องนำไฟฉายติดตัวไปด้วย ฤดูฝนไม่เหมาะแก่การเที่ยวชมเนื่องจากปริมาณน้ำมากและอันตราย

การเดินทาง จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๒ สายพิษณุโลก-วังทอง แยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๑๑ ไปสากเหล็ก แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข ๑๑๑๕ ไปตัวอำเภอเนินมะปราง และเดินทางต่ออีก ๖ กิโลเมตรถึงบริเวณถ้ำ รวมระยะทางห่างจากตัวเมืองพิษณุโลก ๘๕ กิโลเมตร

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาท่าพล ครอบคลุมเนื้อที่ ๑,๗๗๕ ไร่ ลักษณะเป็นเขาหินปูนอยู่ในยุคพาลีโอซีน (Palaeocene) และอยู่ในยุคย่อยคาร์บอนิเฟอรัส (Carboniferus) มีอายุราว ๓๖๐-๒๘๖ ล้านปีมาแล้ว เป็นภูเขาหินปูนลูกโต หน้าผาสูงชัน มีลักษณะคล้ายรูปเกือกม้า หินปูนบริเวณนี้ส่วนมากเกิดจากการทับถมของเปลือกหอย พลับพลึงทะเล หรือปะการัง มีการตกตะกอนทางเคมีอยู่น้อยมาก จากการศึกษาและจำแนกซากดึกดำบรรพ์ ทำให้ทราบว่าบริเวณนี้เคยเป็นทะเลมาก่อนยอดสูงสุด ๒๓๖ เมตร มีหน้าผาสูงชันเว้าแหว่ง อันเกิดจากการกัดเซาะของน้ำฝนนับหลายล้านปี เกิดเป็นถ้ำต่าง ๆ มากมายทั่วบริเวณ ถ้ำที่น่าสนใจ ได้แก่

ถ้ำนเรศวร ภายในมีหินย้อยรูปทรงคล้ายพระมาลาเบี่ยงของ พระนเรศวร จึงเป็นที่มาของชื่อถ้ำ เหมาะสำหรับนักผจญภัย เพราะทางเข้าไปยังห้องโถงค่อนข้างลำาบาก เนื่องจากต้องคุกเข่าคลานเข้าไปทีละคนไม่ควรเข้าไปเกิน ๑๐ คน อาจจะเป็นอันตรายได้ เพราะอากาศมีน้อย

ถ้ำเรือ ภายในพบรูปคล้ายเรือคว่ำอยู่บนเพดานถ้ำ เกิดจากการที่น้ำท่วมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้ผนังถ้ำถูกกัดเซาะและเกิดการละลาย จนดูคล้ายรูปเรือคว่ำในที่สุด ในฤดูแล้งระดับน้ำห้วยที่ไหลลอดผ่านถ้ำมีปริมาณลดลงสามารถเดินเที่ยวชมความงามของถ้ำได้สะดวก

ถ้ำผาแดง อาจเป็นเพราะบนหน้าผาเหนือปากถ้ำ มีสีแดงเคลือบอยู่ จึงเป็นที่มาของชื่อถ้ำ ในอดีตเคยเป็นที่อยู่ของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ จากการสำรวจพบเศษภาชนะดินเผา ตกแต่งด้วยลายเชือกทาบและสะเก็ดหินกองไว้บนพื้นถ้ำ ในปัจจุบันโครงสร้างของถ้ำมีความเหมาะสม จึงเป็นที่อยู่อาศัยของค้างคาว ๒ ชนิด คือค้างคาวปากย่น และค้างคาวปีกถุงเคราดำ เป็นค้างคาวกินแมลง ที่ช่วยกำจัดศัตรูพืชให้กับเกษตรกร

ถ้ำลอด ถ้ำานี้เกิดจากน้ำกัดเซาะเป็นลำน้ำทะลุภูเขามีน้ำไหลผ่านตลอดทั้งปี สามารถเดินข้ามไปอีกฟากหนึ่งได้ ทางเดินสะดวกสบายในฤดูแล้ง แต่ค่อนข้างลำาบากในฤดูฝน ด้านในถ้ำอากาศเย็นสบายและกว้างขวาง อีกด้านหนึ่งเป็นที่ตั้งของวัดและสำนักสงฆ์ และยังเป็นที่อยู่ของลิงวอกจำนวนมาก

นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้แก่ ซากดึกดำบรรพ์ เมื่อประมาณ ๓๖๐ ล้านปีล่วงมาแล้ว บริเวณนี้เคยเป็นทะเล มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่มากมาย เช่น ปะการัง หอยสองฝาไม่เท่ากัน จำพวกหอยตะเกียงยักษ์ พลับพลึงทะเล สาหร่ายทะเล สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ เมื่อตายลง บางส่วนจะผุพังสลายตัวไปตามธรรมชาติ บางส่วนจะถูกเก็บรักษาไว้ในชั้นหินกลายเป็นซากดึกดำบรรพ์ปรากฏให้เห็นจนถึงปัจจุบันนี้ อักษรญี่ปุ่น ตัวอักษรปริศนาที่สลักไว้บนก้อนหินบางตัวมีความหมายว่า “ถูกต้อง” ชาวบ้านเชื่อว่าบริเวณนี้เคยเป็นทางเดินทัพของทหารญี่ปุ่น เมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ นักท่องเที่ยว สามารถติดต่อขอข้อมูลได้จากเจ้าหน้าที่เมื่อเดินทางมาถึงยังสำนักงานเขตฯ การเที่ยวชมถ้ำต่าง ๆ ต้องนำไฟฉายติดตัวมาด้วย ในฤดูฝนถ้ำบางแห่งไม่สามารถเข้าชมได้เนื่องจากมีน้ำท่วมพื้นถ้ำ หากต้องการพักค้างแรมหรือทัศนศึกษาเป็นหมู่คณะติดต่อล่วงหน้า ได้ที่ สำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาท่าพล หมู่ ๖ ตำาบลบ้านมุง อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ๖๕๑๙๐

การเดินทาง เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาท่าพลห่างจากตัวเมืองพิษณุโลก ๘๕ กิโลเมตร จากตัวเมืองพิษณุโลกไปตามทางหลวงหมายเลข ๑๒ ถึงอำาเภอวังทองระยะทาง ๒๐ กิโลเมตร แยกขวาไปยังอำเภอสากเหล็กอีก ๓๘ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๑๑ แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข ๑๑๑๕ อีก ๑๗ กิโลเมตร ถึงโรงเรียนเนินมะปรางศึกษาวิทยา (ก่อนถึงตัวอำเภอ ๒ กิโลเมตร) มีแยกขวาไปถ้ำผาท่าพลอีก ๑๐ กิโลเมตร บางช่วงเป็นทางลูกรัง สอบถามรายละเอียด โทร. ๐ ๕๕๒๕ ๘๐๒๘

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

*

code