สัมผัสริมทะเลขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช

สัมผัสริมทะเลขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช
สัมผัสริมทะเลขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช

จากทางหลวงหมายเลข 401 ซึ่งทอดยาวมุ่งลงใต้ เราเลือกเลาะซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 4142 ถนนสายเล็กผ่านพาเลียบเลาะสวนมะพร้าวและสวนปาล์ม ทะเลที่ใฝ่ฝันซุกซ่อนตัวตนอยู่หลังหลืบเขาหัวช้าง ว่ากันว่าความสงบเงียบของทะเลขนอมไม่เพียงแต่เป็นแหล่งหย่อนใจของพี่น้องแถบถิ่นสุราษฏร์ – นครฯ หากแต่ยังเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแถบสแกนดิเนเวีย ที่หนีหนาวจากยุโรป และหลบหลีกความแออัดแถบสมุยและพะงันมาซุกซ่อนตัวตนในเมืองริมทะเลแห่งนี้

วิวสวนมะพร้าวและทะเลยามสายวิบวับเมื่อเราเลือกขึ้นไปเยือน เจดีย์ปะการังเขาธาตุ ที่ วัดจันท์ธาตุทาราม ลมชื้นโบกโบยเหนือความสูงราว 85 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลางง ขุนเขาและเจดีย์ทรงระฆังคว่ำแบบลังกา ศิลปะสมัยอยุธยา ราวพุทธศตวรรษที่ 19 – 22 สะท้อนความเป็นเมืองเก่าแก่ของขนอมไว้ในเจดีย์ก่ออิฐและประกอบรอบนอกด้วยหินปะการัง ที่ว่ากันว่าถอดรูปแบบมาจากพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช

ลมเย็นรื่นและแดดสายฉายภาพผืนฟ้าเข้มคราม เราลงจากเขาธาตุบ่ายหัวรถมุ่งผ่านแนวป่าชายเลนที่ครึ้มแน่น ความสมบูรณ์ชัดเจนของทะเลขนอมเด่นชัดเมื่อถนนเล็กๆ ไปสุดทางที่อ่าวเตล็ด เรือประมงเล็กก่ายเกยอยู่ในหาดเลน โอบล้อมด้วยขุนเขารอบด้าน ยามใกล้เที่ยงไร้นักท่องเที่ยว เหลือเพียงเวลาน้ำขึ้นที่จะซัดพาชีวิตประมงตรงหน้าออกสู่ทะเลในโมงยามถัดไป

พื้นที่อ่าวเล็กๆ เหนือสุดของทะเลขนอมแห่งนี้เคยเป็นที่ประทับหลบลมของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งเสด็จมานมัสการพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช จากที่แต่เดิมเรียกกันว่าอ่าวเสด็จ ผ่านคืนวันและการเปลี่ยนผ่านกลายเป็นชื่ออ่าวเตล็ดเช่นทุกวันนี้

ทางเล็กๆ ในโอบอ้อมขุนเขายังคงพาเราไปรู้จักแง่งามของทะเลขนอม ไม่ไกลจาดอ่าวเตล็ด เมื่อลัดเลาะมาสุดทาง แหลมพับผ้าปรากฏแนวผาหินสูงใหญ่ ยื่นลงไปจรดผืนทะเล แหลมหินสะท้อนพื้นผิวเป็นชั้นๆ คล้ายผืนผ้าพับทบทับซ้อน รอบด้านครึ้มร่มด้วยแมกไม้ ใครบางคนจ้องมองแล้วนึกถึงภาพวาดสีน้ำชั้นดี

เรายังแทรกตัวเองไปในความสมบูรณ์ของพื้นที่ป่าชายเลนและผืนทะเลขนอมในตอนต้น อ่าวท้องเนียน ซ่อนแนวหาดกว้างใหญ่ไว้ในระดับน้ำทะเลที่ขึ้นสูง ว่ากันว่ายามน้ำลดจะแผ่ผืนกว้างใหญ่ ไม่แตกต่างจาก หาดท้องทราย ที่วางตัวใกล้กันอยู่ทางทิศเหนือ แนวโค้งของมันแสนสงบประดับด้วยทิวมะพร้าวและโขดหินหลายรูปทรงเป็นฉากหลัง

ความเงียบสงบของถนนสายเลียบหาดขนอมเต็มไปด้วยบรรยากาศของเรือกสวนและผืนทะเล เพื่อนร่วมทางเปรยว่าคล้ายเราอยู่บนเกาะสักแห่งที่ไม่ใช่ฝั่งแผ่นดิน ภาพเช่นนั้นชัดเจนจนมาถึง หาดท้องโหนด หลังเสียบหัวรถไว้ตรงปลายถนน ตรงหัวอ่าวปรากฏแนวหินเสียดตั้งพร้อมผ้าแพรสักการะ โลกตรงหน้าเงียบรื่น ผืนทะเลเป็นที่หย่อนใจของพรานเบ็ดสามสี่คน ซึ่งเมื่อเราไต่ลัดเนินเขาเตี้ยๆ ขึ้นไปอีกราว 100 เมตร อ่าวดินสอ ฉายภาพของหาดชุมชนอันเด่นชัด ฤดูมรสุมเช่นนี้เรือประมงเล็กมักซอนซบอยู่ตามชายหาด และการตกปลาดูเหมือนจะเป็นทิศทางเลี้ยงชีพสำหรับคนทะเลที่ถูกจองจำอยู่แต่บนฝั่ง

หากไม่นับการเติบโตด้วยการเป็นอ่าวประมงแต่ดั้งเดิมของทะเลขนอม หลายคนว่ามันดำเนินไปด้วยกระแสแห่งการท่องเที่ยว สิบกว่าปีที่ผ่านมา ทะเลขนอมเปิดตัวเองออกสู่การรับรู้ของคนภายนอก ทั้งความงดงามของผืนทะเล รูปแบบชีวิตสงบง่าย หรือแม้กระทั่งทรัพยากรสัตว์น้ำอันน่าทึ่งก็ต่างมีส่วนดึงดูดให้ขนอมกลายเป็นที่รู้จักและเป็นจุดหมายของผู้คนหลากหลาย

หลังมื้อเที่ยงอันแสนเรียบง่ายในความคึกคักที่บ้านท้องเนียน ตลาดชุมชนตรงปากน้ำขนอมเปี่ยมไปด้วยสีสันระหว่างรอยต่อของชุมชนชาวบ้านและหาดสวยงามที่ทอดยาวลงใต้ ลูกเรือประมงต่างชาติเดินปะปนอยู่กับผู้คนถื่นใต้ ในตลาดนัดเต็มไปด้วยของกินจากทะเลและอาหารปักษ์ใต้รถดั้งเดิม

หาดแขวงเภา ทอดตัวเป็นเส้นโค้งเหยียดยาวและไม่เคยร้างไร้ผู้คนเมื่อเราไปถึง ร้านอาหารทะเลเรียบง่ายที่เป็นเพิงชั้นเดียวคลาคล่ำนักท่องเที่ยวพื้นถิ่น สะพานปลาตรงปลายทางซีเมนต์คือต้นทางแรกแห่งวัตถุดิบสดใหม่ เรามองภาพตรงหน้าผ่านอากาสสดและลมทะเลแกว่งไกว  ฝรั่งสามสี่คนพามอเตอร์ไซค์คันเล็กแวะมาเยี่ยมเยือน ที่นี่อาจเป็นหาดเริ่มต้นที่ฉายภาพการท่องเที่ยวของทะเลขนอมอันแจ่มชัด

ทางดินตรงต้นอ่าวแขวงเภาพาเราไต่สวนความสูงและทางสอบแคบเราผ่าน หาดท้องชิง และมองมันจากมุมสูง เหนือแนวสวนมะพร้าวเหยียดขยายคือภาพทะเลสีเทอร์คอยซ์ที่เจิดจรัสแดดบ่าย ลัดเลาะไปจนสุดเขตเขาไล่เรียงมองแนว หาดท้องกรวด ซึ่งปรากฏเป็นภาพทางตาอันงดงามทะเลมีตัวตนเด่นชัดและยิ่งใหญ่เมื่อเราเลือกมองมันอยู่อย่างเคารพ

สุดทางเดินคือหน่วยท่ทำการร้างของอุทยานแห่งชาติหาดขนอม-หมู่เกาะทะเลใต้ บ้านพักและอาคารสำนักงานอยุ่ในขั้นตอนโยกย้ายและเปลี่ยนที่ตั้ง เรามองภาพกว้างตรงหน้าที่นักเดินทางรุ่นพี่ที่เคยมาแรมนอนมันคือแนวสวนมะพร้าวผืนกว้างที่หันหน้าลงสู่ทะเลขนอม และพร้อมจะแปรเป็นสีส้มทองเมื่อตะวันยามเข้ามาเยือน นึกถึงภาพแสนสวยใบนั้นที่เราเองทำได้เพียงจินตนาการ

สำหรับผม ขนอมเป็นเหมือน Hidden Paradise ครับ อาจเป็นอย่างที่ เฉลิมเกียรติ คล้ายสุวรรณ แห่ง บ้านศิวิไลซ์ รีสอร์ท บอกกับผมในบ่ายแดดอุ่นที่ หาดหน้าด่าน หาดทรายสีน้ำตาลอ่อนทอดยาวไปลิบตาผืนทะเลประปรายไปด้วยผู้คนและการพักผ่อน ไล่เรียงไปตามหาดหน้าด่านคือรีสอร์ททั้งขนาดเล็ก กลาง และใหญ่โต ซึ่งเปลี่ยนผ่านจากเมืองประมงสู่ภาพจำของการท่องเที่ยวในขนอม

เราผ่อนคลายอยู่ที่ตรงเก้าอี้ริมชายหาดหน้าด่าน นั่งมองบ้านศิวิไลซ์ฯ ที่วางตัวด้วยรูปทรงโมเดิร์นสีขาว ฝรั่งที่พักแบบลองเทอมทักทายเหล่าพนักงานลูกหลานขนอมราวพี่น้องญาติมิตร

ผมเองมาถึงขนอมในยุคแรกเริ่มครับ เราคิดก่อนว่าจะเริ่มต้นกับที่นี่อย่างไร พอหัวค่ำลองไปนั่งริมหาด มองดวงจันทร์ค่อยๆ โผล่พ้นน้ำเปลี่ยนท้องฟ้าเป็นสี Deep Blue คลื่นเบาๆ ค่อยแตะฟอง เลยรู้สึกได้ว่ามันเป็นเช่นนี้จริงๆ ลุงเฉลิมเกียรติว่าเสน่ห์ของที่นี่ไม่เพียงแต่ทะเลอันสดสะอาด ผู้คนก็ไม่แตกต่าง

สัมผัสริมทะเลขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช
สัมผัสริมทะเลขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช

คุณน่านะได้เห็นนะ เมื่อผ่านมา ทั้งคนทั้งประมง ชาวบ้าน ชาวสวนเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

เขาว่าขนอมคือ Fresh Destintion ไม่เพียงแต่ในสายตาของฝรั่งแต่กับชายจากเมืองประตูที่ราบสูงอย่างเขา ที่นี่เป็นเช่นนั้น

หาดหน้าด่านทอดยาวเหยียดไกล ถัดลึกลงไปในทะเลคือจุดดำน้ำลึกชั้นดีที่เต็มไปด้วยมวลปะการังและสัตว์ทะเลนานาชนิด อย่างกองหิน ร้านเป็ดร้านไก่ เกาะวังใน และมีจุดดำสนอร์เกิลอย่างเกาะวังนอกและเกาะราบ เช่นนั้นเองทุกรีสอร์ทต่างก็มีธรรมชาติของทะเลขนอมเป็นจุดดึงดูดผู้คนให้เข้ามาเยี่ยมเยือน

“เราพยายามส่งเสริมเรื่องสิ่งแวดล้อมครับ อย่างรีสอร์ทเราเน้นเรื่อง Green ที่สัมผัสได้จริง” เฉลิมเกียรติเล่าถึงคอนเซ็ปต์หลักของบ้านศิวิไลซ์ฯ คือ Smiling Eart ซึ่งต่อยอดออกมาเป็นการชัดชวนให้แขกประหยัดไฟ ลดการเปลี่ยนผ้าเข็ดตัว อุปกรณ์เครื่องนอน หรือทำความสะอาดห้อง

“เรามีคะแนนและการใช้ไฟคิดเป็นยูนิตครับ แล้วคิดเป็นส่วนคืนเงินให้ผู้พัก” เขาเล่าด้วยแววตาสนุกสนาน ว่าบ้านศิวิไลซ์ฯ ชวนให้ลูกค้าใช้ไฟไม่เกิน 15 ยูนิต หากต่ำกว่า ทางรีสอร์ทจะคิดเป็นส่วนต่างแล้วคูณ 3 ให้เป็นส่วนลดราคา

“มันไม่เพียงดีกับเราหรอกครับ เด็กๆ ก็ไม่ต้องเหนื่อย ลดการใช้ผงซักฟอก น้ำ ที่สำคัญ มันคือการใส่ใจในแผ่นดินที่เราอยู่อาศัย”

นาทีเช่นนั้นชายชราตรงหน้ามองไปที่ทะเลผืนเดิมที่เขาหลงรักมันยามจันทร์นวลแตะขอบน้ำและเปลี่ยนผืนฟ้าให้เป็นสีบลู

ลัดเลาะสู่หาดหน้าด่าน ไล่เลยไปตามถนนสายเล็กที่เต็มไปด้วยรีสอร์ท ร้านกาแฟ และบาร์ริมทะเลสู่หาดในเพลา ทะเลเบื้องซ้ายอิ่มแดดบ่ายจนต้องหยุดระลงไปเดินเล่นเป็นระยะ บางช่วงถนนยกตัวขึ้นไปบนเขาสูงรีสอร์ทหรูที่หัวเขาอย่างราชาคีรี รีสอร์ท แอนด์ สปา ซ่อนมุมหาดในเพลาอันกระจ่างตาไว้ในนั้น

ผ่านพ้นรายล้อมแห่งที่พักมากมายสไตล์ เราสวนความชันขึ้นมาสู่อ่าวท้ายสุดในเขตทะเลขนอม ดิ่งตรงลงสู่ความเงียบสงบอันจริงแท้ของอ่าวท้องหยี รีสอร์ทเรียบง่ายของชาวบ้านเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งพี่น้อง คุณป้าเชื้อเชิญให้นั่งดูทะเลบริเวณศาลาด้านหน้าพร้อมจิบกาแฟร้อนขณะช่างภาพเพลินไปกับแนวหินที่วางตัวอย่างไร้ระเบียบที่โค้งอ่าว แต่เต็มไปด้วยแง่มุมทางศิลปะเมื่อประกอบอยู่กับผืนทะเลและทิวมะพร้าว

ทางดินตรงโค้งทางลงอ่าวท้องหยีเกรดไถไว้อย่างพอให้รถจี๊ปคันเล็กสวนขึ้นไปได้ และมื่อใช้โฟร์โลว์ขึ้นไปถึง เราเองก็ได้พบว่า บรรยากาศร้างไร้ที่ที่ทำการร้างของอุทยานฯ หาดขนอมฯ เหนืออ่าวท้องชิงในยามสายนั้นมีที่มาอยู่ตรงท้ายสุดของโขดเขาแห่งทะเลขนอมตรงหน้า

“ตรงนั้นพอหน้าฝนเกิดแลนด์สไลด์บ่อยครับ เลยต้องย้ายมาสร้างที่นี่” หัวหน้าสัญญา สังวังเลา แห่ง อุทยานแห่งชาติหาดขนอม-หมู่เกาะทะเลใต้ เล่าถึงที่มาของสิ่งปลูกสร้างตรงหน้าท่ามกลางป่าร่มครึ้มบนโขดเขา แลนด์สเคปต่างๆ กำลังเร่งปรับปรุง อาคารสำนักงาน ที่พัก ขึ้นเค้าโครงสร้างพร้อมๆ กับหยาดเหงื่อของคนงาน

“พื้นที่รับผิดชอบส่วนใหญ่เราอยู่ที่เกาะกลางทะเลครับ ตรงนี้เรือเข้าออกได้ง่ายกว่า” ระหว่างเดินผ่านเส้นทางเล็กไปสู่จุดชมวิวที่ผาหิน หัวหน้าเล่าว่าพื้นที่ราว 197,000 ไร่ในเขตรับผิดชอบนั้นเต็มไปด้วยรายละเอียดนานา ทั้งการกันพื้นที่ป่าออกจากการหากิน การดูแลทรัพยากรน้ำ และการทำความเข้าใจกับชาวบ้าน

“เรามาทีหลังครับ แต่มาเพื่อให้พวกเขาอยู่กันอย่างยืนยาว” วิวกระจ่างตาของอ่าวท้องหยีต่อเนื่องถึงหาดในเพลาตรงจุดชมวิวคือความงดงามที่ไม่เพียงแต่คนนอกเท่านั้นที่มองเห็น แต่สำหรับคนที่ทำหน้าที่ดูแลอนุรักษ์ เขาเองก็คงอยากเห็นภาพเช่นนี้เคียงคูทะเลขนอมไปเนิ่นนาน

ฟ้ายามเย็นส่งต่อสีส้มแดงเหนือทิวมะพร้าว เรากลับมาผ่านค่ำคืนที่หาดหน้าด่าน ลมทะเลกวัดไกว บางนาทีผมนึกถึงฉากผ่านแห่งทะเลขนอมที่สัมผัสมาเกือบทั้งวัน

ทะเลสีฟ้าสด หาดดทรายนวลละมุน หรือรอยยิ้มของผู้อยู่กับมัน

สิ่งใดกันแน่ขับเคลื่อนให้มันดำรงคงอยู่ หากไม่ใช่ตัวตนและหัวใจของคนที่นี่

คนทะเลเป็นเบ้าหลอมอันแกร่งทน

ขอบคุณ อสท

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *