เที่ยวบึงบอระเพ็ด และสถานที่ท่องเที่ยวใน อำเภอเมือง นครสวรรค์

บึงบอระเพ็ด
บึงบอระเพ็ด

หอชมเมืองนครสวรรค์ ตั้งอยู่บนยอดเขาคีรีวงศ์ วัดคีรีวงศ์ เป็นอาคารลักษณะหอสูง ที่มีความสูงประมาณ ๓ เมตร ภายในตัวอาคารประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกดังนี้ ชั้นที่ ๑ เป็นพื้นที่ประชาสัมพันธ์การเที่ยว ของนครสวรรค์ ชั้น ๒ และ ๓ แบ่งเป็นสองส่วน คือ Indoor มีร้านอาหาร เครื่องดื่ม และดาดฟ้า Outdoor มีพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมกลางคืน มีกล้องดูดาวสำหรับท่านที่สนใจเรื่องดาราศาสตร์ ส่วนชั้นที่ ๑๐ เป็นพื้นที่สำหรับชมตัวเมืองนครสวรรค์ซึ่งมีการติดตั้งกล้องส่องทางไกลเพื่อ ความชัดเจนในการชมเมืองมากขึ้น เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวทุกวัน วันจันทร์-วันศุกร์ เปิดเวลา ๑๐.๐๐-๑๖.๓๐ น. วันเสาร์-อาทิตย์ และ วันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดเวลา ๑๐.๐๐-๒๐.๐๐ น. ค่าบัตรเข้าชม เด็ก ๑๐ บาท ผู้ใหญ่ ๒๐ บาท

บึงบอระเพ็ด เป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีเนื้อที่ประมาณ ๑๓๒,๗๓๗ ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ ๓ อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนครสวรรค์ อำเภอท่าตะโก และอำเภอชุมแสง ในอดีตบึงบอระเพ็ดได้ชื่อว่าเป็น “ทะเลเหนือ” หรือ “จอมบึง” เพราะมีสัตว์และพันธุ์พืชน้ำอยู่มากมาย จากการสำรวจพบว่ามีสัตว์อาศัยอยู่ประมาณ ๑๔๘ ชนิด พืช ๔๔ ชนิด เคยพบสัตว์หายากที่นี่ ได้แก่ นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร ปลาเสือตอ ในเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคมจะมีนกเป็ดน้ำจำนวนมากอพยพมาที่บึงแห่งนี้ มีนกประจำถิ่นหลายชนิด อาทิ นกเป็ดน้ำ อีโก้ง อีแจว ปากห่างซึ่งจะวางไข่ในเดือนกรกฎาคม-มีนาคม พื้นที่บางส่วนได้รับการประกาศให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า บึงบอระเพ็ดอยู่ในความดูแลของกองอนุรักษ์สัตว์ป่าและยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา โดยกรมประมงได้มาตั้งสถานีพัฒนาประมงบึงบอระเพ็ดไว้ด้วย

จุดที่น่าสนใจ คืออาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงบอระเพ็ดเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา เป็นอาคารรูปทรงเรือกระแชงแห่งเดียวในประเทศไทย กว้าง ๓๗ เมตร ยาว ๔๙ เมตร มีอุโมงค์ปลายาว ๒๔ เมตร แสดงพันธุ์ปลาน้ำ จืด กว่า ๑๐๐ ชนิด พร้อมพันธุ์ปลาน้ำเค็มอีกหลายพันธุ์ มีบ่อปลา Touch Pool ให้สัมผัสใกล้กับปลาฉลามกบ เม่นทะเลฯ เปิดทุกวันเวลา ๑๐.๐๐-๑๘.๐๐ น. ชมการดำน้ำให้อาหารปลาวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา ๑๑.๐๐ น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา ๑๑.๐๐ น. และ ๑๕.๐๐ น. อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ๓๐ บาท เด็ก ๒๐ บาท นักเรียนในเครื่องแบบและพระภิกษุ ๒๐ บาท นอกจากนี้ยังมีการแสดงจระเข้ ละครลิงคุณประกิต การล่องเรือชมทัศนียภาพ ดูนกนานาชนิดซึ่งเช่าเรือที่ท่าเรือบึงบอระเพ็ด มีหาดทรายเทียม

สำหรับ เล่นน้ำ บานานาโบท เจ็ทสกี ศูนย์สินค้า OTOP และบริการบ้านพัก เต็นท์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด หรือสถานี พัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด ซึ่งเป็นที่ตั้งของชมรมดูนกจังหวัดนครสวรรค์ โทร. ๐ ๕๖๓๐ ๐๐๔๐ เปิดทุกวัน เวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๓๐ น. หรือศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบึงบอระเพ็ด โทร. ๐ ๕๖๒๗ ๔๕๒๕ www.bungborraped.net

การเดินทาง จากตัวเมืองนครสวรรค์ไปบึงบอระเพ็ด สามารถไปได้หลายเส้นทาง

ทางเรือ จากตลาดท่าน้ำเทศบาลเมืองนครสวรรค์ไปตามนำน้ำน่านผ่าน ขึ้นไปทางเหนือ ประมาณ ๖ กิโลเมตร ถึงปากคลองหนองดุก เมื่อลอดใต้ สะพานรถไฟเข้าไปก็จะถึงบริเวณบึง

ทางรถยนต์ สามารถเข้าถึงบึงบอระเพ็ดได้ ๒ ด้าน คือ

๑) ด้านเหนือ ไปตามเส้นทางสายนครสวรรค์ – ชุมแสง ทางหลวงหมายเลข ๒๒๕ ประมาณ ๙ กิโลเมตร จะมีทางแยกขวาอีก ๒ กิโลเมตร เข้าไปยัง สถานีพัฒนาประมงน้ำจืดบึงบอระเพ็ด ในบริเวณมีศูนย์วิจัยและพัฒนา ประมงน้ำจืด จัดแสดงตู้ปลาน้ำจืดชนิดต่างๆ เช่น ปลากระโห้ ปลากระเบนขาว ปลากะพงขาว ปลาเทโพ ปลายี่สก ฯลฯ เปิดให้ชมฟรีทุกวัน เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๖.๓๐ น. ยกเว้น วันพุธ นอกจากนี้ยังมีบ่อเพาะพันธุ์จระเข้มีเรือหางยาวนำชมบึง เรือลำเล็กจุได้ ๕ คน ไม่รวมคนขับ ราคา ๔๐๐ บาท เรือลำใหญ่จุได้ ๑๐ คน ราคา ๕๐๐ บาท เรือจะล่องไปถึงเกาะลัด และกลับใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง สามารถนำอาหารไปรับประทาน บนเรือได้ มีเรือบริการระหว่างเวลา ๐๘.๐๐ – ๑๗.๐๐ น. ถ้าล่องในช่วง แปดถึงเก้าโมงเช้าจะพบนกได้ง่ายกว่า สอบถามรายละเอียดได้ที่สถานี พัฒนาประมงน้ำจืดบึงบอระเพ็ด โทร. ๐ ๕๖๒๗ ๔๕๐๑, ๐ ๕๖๒๓ ๐๑๘๓

๒) ด้านทิศใต้ของบึงบอระเพ็ด จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข ๓๐๐๑ สายนครสวรรค์ – ท่าตะโก ประมาณ ๒๐ กิโลเมตรแล้วเลี้ยวซ้ายตาม ป้ายอีก ๔ กิโลเมตร ถึง อุทยานนกน้ำ หรือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด           จัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ในบริเวณที่ตั้งสำนักงานมีสวนพักผ่อน มีนกหลายชนิดให้ชม

วัดจอมคีรีนาคพรต
วัดจอมคีรีนาคพรต

วัดจอมคีรีนาคพรต (วัดเขา) อยู่บนยอดเขาบวชนาค ระหว่างสะพาน เดชาติวงศ์และค่ายจิรประวัติ ตำนานกล่าวว่า เมื่อกองทัพพม่าตีกรุงศรี อยุธยาแตกในครั้งที่ ๒ ได้แล้ว จึงร่วมกันสร้างวัดนี้ขึ้นเพื่อแสดงว่านับถือ พุทธศาสนาเช่นกัน สิ่งที่น่าสนใจในวัดได้แก่ รอยพระพุทธบาทจำลองและ พระอุโบสถที่ชาวบ้านเรียกว่า “โบสถ์เทวดาสร้าง” ทุกๆ เดือน ๑๒ ของปี จะมีงานนมัสการและปิดทองรอยพระพุทธบาทจำลองนี้เรียกว่า “งานวัดเขา” ซึ่งนอกจากจะมีงานสมโภชน์แบบงานวัดทั่วไปแล้วยังมีการแข่งขันเรือยาวอีกด้วย เมื่อขึ้นไปอยู่บนยอดเขาบวชนาคและมองลงมาจะเห็นทัศนียภาพ ที่สวยงามของสะพานเดชาติวงศ์ แม่น้ำเจ้าพระยา และเขากบ

การเดินทาง วัดจอมคีรีนาคพรต ใช้ทางหลวงหมายเลข ๓๒ สายเอเชีย ก่อนถึงสะพานเดชาติวงศ์เลี้ยวซ้ายเข้าวัด ระยะทางห่างจากตัวเมือง ประมาณ ๑ กิโลเมตร

อุทยานสวรรค์ เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่อยู่ในเขตเทศบาลนครสวรรค์มีผู้นิยมไปพักผ่อนหย่อนใจกันมาก มีเนื้อที่ ๓๑๔ ไร่ ใกล้ทางแยกสาย เชียงใหม่-พิษณุโลก ติดกับถนนสายเอเชีย อุทยานสวรรค์เดิมเป็น หนองน้ำขนาดใหญ่ เรียกว่า “หนองสมบุญ” มีถนนวงแหวน ๒ ชั้น ล้อมรอบ ตรงกลางเป็นเกาะมีเนื้อที่ ๔ ไร่ มีสวนหย่อม สนามหญ้า น้ำพุ เวทีกลาง

แจ้ง น้ำตก ริมฝั่งน้ำภายในอุทยานจัดเป็นสวนสุขภาพ ด้านหน้า ของสวนสาธารณะสร้างอย่างสวยงาม มีห้องน้ำ ห้องแต่งตัวบริการแก่ นักท่องเที่ยว

ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-เจ้าแม่ทับทิม ตั้งอยู่บริเวณชุมชนชาวปากน้ำโพ ริมฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยา ศาลแห่งนี้เป็นที่เคารพสักการะและเป็นจุดรวมน้ำใจของชาวบ้าน รวมทั้งผู้สัญจรทางน้ำที่ผ่านไปมา และบริเวณนี้ยังเป็นจุดชมต้นแม่น้ำาเจ้าพระยาได้ชัดเจนที่สุดด้วย โทร. ๐ ๕๖๒๕ ๕๘๐๗

การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๒๕ สายนครสวรรค์-ชุมแสง ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๓ กิโลเมตร ศาลฯ อยู่ด้านซ้ายมือ หรือจะใช้ บริการเรือข้ามฟากจากตลาดบริเวณหน้าเขื่อนก็สะดวกเช่นกัน มีเรือบริการ ตั้งแต่เวลา ๐๕.๐๐-๑๙.๐๐ น.

ต้นแม่น้ำาเจ้าพระยา นครสวรรค์ได้ชื่อว่าเป็นเมืองต้นแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งนี้เนื่องจากแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่านได้ไหลมาบรรจบกันที่ตำบลปากน้ำโพ บริเวณด้านหน้าเขื่อนในตัวเมือง (บริเวณตลาด) ซึ่งเป็นจุดรวมของแม่น้ำ ทั้งสองสายดังกล่าว ซึ่งมองเห็นถึงความแตกต่างของสายน้ำทั้งสองได้ อย่างชัดเจน กล่าวคือแม่น้ำน่านมีสีค่อนข้างแดง แม่น้ำปิงมีสีค่อนข้างเขียว เมื่อมาบรรจบกันแล้วจึงค่อยๆ รวมตัวเข้าด้วยกันกลายเป็นแม่น้ำสายใหญ่ สายสำคัญของประเทศไทย ไหลผ่านจังหวัดต่างๆ ในภาคกลางไปจนถึงกรุงเทพฯ และออกอ่าวไทยที่จังหวัดสมุทรปราการมีความยาวประมาณ ๓๗๐ กิโลเมตร จุดชมต้นแม่น้ำเจ้าพระยา คือ บริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์ – เจ้าแม่ทับทิม นักท่องเที่ยวที่ต้องการจะเที่ยวทางเรือเพื่อชมทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแวะนมัสการหลวงพ่อโตที่วัดปากน้ำโพ (วัดทองธรรมชาติเหนือ) สามารถเช่าเรือจาก ท่าน้ำเจ้าพระยา

วัดเกรียงไกรกลาง หมู่ ๕ ตำบลเกรียงไกร ริมฝั่งแม่น้ำน่าน ภายในวัดมีพระพุทธรูปสำริด ปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย และวิหารเก่าสร้างในสมัย รัชกาลที่ ๕ ระหว่าง พ.ศ. ๒๔๐๐-๒๔๓๐ เป็นสิ่งก่อสร้างเดียวของวัดที่ยังไม่มีการบูรณะ มีรอยพระพุทธบาทจำลองประดิษฐานอยู่ ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังเป็นภาพพุทธชาติชาดก

พระประธานในวิหาร คือ หลวงพ่อสัมฤทธิ์ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยมีประวัติที่น่าสนใจ คือ เมื่อกรุงสุโขทัยใกล้เสื่อมอำนาจลง และมีภัยสงคราม อยู่เป็นประจำ ชาวสุโขทัยจึงได้นำพระพุทธรูปล่องแพมาตามลำน้ำ และ เมื่อมาถึงปากน้ำเกรียงไกร แพจมลงจึงนำพระพุทธรูปขึ้นและโบกปูนทับ เพื่อให้ปลอดภัยจากสงคราม จนกระทั่งเมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น พ.ศ. ๒๑๔๗ ชาวบ้านได้สร้างวัดนี้ขึ้นตรงที่ประดิษฐาน พระพุทธรูป และ นำพระพุทธรูปซ่อนไว้ในผนังพระอุโบสถเพื่อป้องกันภัยสงคราม และไม่มีใครล่วงรู้จนกระทั่งเวลาผ่านไปเป็นร้อยปี เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๑ ได้มีการซ่อมผนังพระอุโบสถจึงพบแต่พระพุทธรูปปูนธรรมดานานวันเข้าปูนกะเทาะออกจึงทราบว่าเป็นพระพุทธรูปทองคำ

บริเวณหน้าวัดมีฝูงลิงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และมีฟาร์มจระเข้ด้วย ตามปกติวิหารเก่า จะเปิดให้เข้าชมในช่วงเทศกาลเท่านั้น สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าชมช่วงนอกเทศกาลสามารถแจ้งทางวัดให้เปิดได้ การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๒๕ สายนครสวรรค์-ชุมแสง ระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายตามป้ายบอกทางเข้าไป ๒ กิโลเมตร ถึงตัววัด รวมระยะทางห่างจากตัวเมือง ๑๒ กิโลเมตร หรือเช่าเรือจากท่าน้ำเจ้าพระยา ล่องมาตามลำน้ำน่านขึ้นที่ท่าน้ำวัดเกรียงไกรกลาง

วัดศรีสวรรค์สังฆาราม (วัดถือน้ำ) ตำบลนครสวรรค์ออก เป็นวัดเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับข้าราชการทำพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา พระประธานในพระอุโบสถหลังเก่าประมาณอายุได้ ๑๐๐ ปีเศษ ใน พ.ศ. ๒๕๑๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอทั้งสองพระองค์ เสด็จฯ มา ทรงตัดลูกนิมิตพระอุโบสถหลังใหม่ นอกจากนี้ยังพบบุษบกซึ่งเชื่อว่าเป็น ของรัชกาลที่ ๕ และมีพิพิธภัณฑ์ของใช้โบราณอยู่ในเจดีย์กาญจนาภิเษก ๕๐ ปี วัดนี้ถือได้ว่าเป็นวัดเก่าแก่ที่สุดที่มีคุณค่าแก่การศึกษาทาง ประวัติศาสตร์อย่างยิ่งแห่งหนึ่ง โทร. ๐ ๕๖๒๕ ๕๔๔๔

การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๓๒ สายเอเชีย เลี้ยวซ้ายไปทาง ค่ายจิรประวัติ ทางหลวงหมายเลข ๓๐๐๑ ประมาณ ๒ กิโลเมตร มีป้าย บอกทางตลอด รวมระยะทางห่างจากตัวเมืองประมาณ ๓ กิโลเมต

ศาลาที่ประทับ ร.๕ หน้าวัดเขื่อนแดงวัดเขื่อนแดง หรือวัดศรีสุวรรณ” สถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งค่ายทหารนครสวรรค์มาก่อน เมื่อครั้งที่ ร.๕ เสด็จประพาสต้นเมืองนครสวรรค์ เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ร.ศ. ๑๒๕ (พ.ศ. ๒๔๔๙) พระองค์ท่านประทับที่ศาลาหน้าวัดแห่งนี้ เพื่อพิจารณา คดีตามคำปรึกษาของศาลทหารให้ประหารชีวิตคดีอ้ายวิม พลทหารฆ่า นายสิบตายเนื่องจากเป็นเวลารักษาราชการเสด็จพระราชดำเนินและ ทำผิดพระราชกำหนดกฎหมายข้อบังคับของค่ายทหารที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ถ้าลดหย่อนโทษจะเป็นเยี่ยงอย่างให้มีความกำเริบ ความสำคัญของ สถานที่แห่งนี้น่าสนใจมากเนื่องจากเป็นค่ายนครสวรรค์เก่า โดย “พระองค์ เจ้าจิรประวัติ” ซึ่งเป็นพระราชโอรสของรัชกาลที่ ๕ พระองค์ท่านมีความสามารถทางด้านการทหารและถูกส่งไปศึกษาด้านวิชาทหารในต่างประเทศและในสมัยนั้นพระองค์ทรงเป็นเสนาธิการทหารบกคนแรก ต่อมาค่าย ทหารนครสวรรค์เดิมถูกย้ายไปฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๕ เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่พระองค์เจ้าจิรประวัติจึงใช้ชื่อว่า “ค่ายจิรประวัติ” จวบจนปัจจุบัน

วัดคีรีวงศ์
วัดคีรีวงศ์

วัดวรนาถบรรพต (เขากบ) เป็นวัดเก่าแก่ของนครสวรรค์ ตั้งอยู่บนยอด เขาและเชิงเขากบ สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๑๘๕.๕๐ เมตร มีทางขึ้น ๒ ทางคือ ทางเดินขึ้นบันได จำนวน ๔๓๙ ขั้น และอีกด้านหนึ่งมีถนน ลาดยางขึ้นสู่ยอดเขา ทางโค้งหักศอกหลายจุด ภายในวัดมีโบราณวัตถุ อาทิ รอยพระพุทธบาทจำลอง เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งสร้าง สมัยสุโขทัยเป็นราชธานี บริเวณเชิงเขามีเจดีย์ขนาดใหญ่สมัยสุโขทัย ซึ่งกรมศิลปากรได้จารึกประวัติศาสตร์ของวัดไว้ที่ฐานของเจดีย์องค์นี้ด้วย วัดนี้ได้รับการยกย่องจากกรมการศาสนา และมหาเถรสมาคมให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๙ นอกจากนั้นในวัดยังมีรูปหล่อพระหลวงพ่อทอง ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวจังหวัดนครสวรรค์ ประดิษฐาน อยู่ในวิหารข้างเจดีย์ใหญ่ด้วย บริเวณเนินเขาใกล้เคียงเป็นที่ตั้งของสถานี ถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ ช่อง ๓ ๕ ๗ ๙ และ ๑๑ จากกรุงเทพฯ ไปสู่จังหวัดในภาคเหนือ โทร. ๐ ๕๖๓๓ ๖๔๒๙

การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๓๒ สายเอเซีย เลี้ยวขวาอีกครั้งเข้า ทางหลวงหมายเลข ๑ มุ่งหน้าสู่เทศบาลนครสวรรค์ ก่อนถึงเทศบาลมีแยก ซ้ายมือขึ้นเขากบ ระยะทางห่างจากตัวเมืองประมาณ ๑ กิโลเมตร

วัดนครสวรรค์ (วัดหัวเมือง) ถนนสวรรค์วิถี ปากซอย ๒๗ รั้วเดียวกับมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย เป็นที่ประดิษฐานพระผู้ให้อภัยยิ่ง หรือ พระหันหลังให้กัน อยู่หลังโบสถ์วัดนครสวรรค์ด้านถนนเทพสิทธิชัยหันหน้าไปทางทิศตะวันออกองค์หนึ่ง อีกองค์หนึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่มีประวัติว่าพม่าสร้างไว้เป็นอนุสรณ์ เมื่อยกทัพ มาถึงเมืองนครสวรรค์ การหันหลังให้กันอาจมีความหมายถึงการให้อภัยไม่จองเวรจองกรรมกันอีกต่อไป และภายในโบสถ์วัดนครสวรรค์นั้นมีพระพุทธรูปนามว่า หลวงพ่อศรีสวรรค์ ประดิษฐานอยู่เป็นที่เคารพสักการะ ของชาวนครสวรรค์

หอวัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์ ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ตำบลนครสวรรค์ เป็นอาคาร ๒ ชั้น สถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ตรีมุขที่สวยงาม เป็นศูนย์รวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี และ วัฒนธรรมของจังหวัด ภายในเป็นห้องนิทรรศการ แสดงพัฒนาการทาง วัฒนธรรมและแหล่งโบราณคดีต่างๆ นอกจากนี้ยังมีโรงละครขนาด ๑๑๐ ที่นั่ง จัดแสดงประเพณีศิลปวัฒนธรรม หอวัฒนธรรมนี้สร้างเสร็จเมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๓๕ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราช กุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทำพิธีเปิด เมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๓๕ เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๕.๐๐ น. ไม่เสียค่าเข้าชม รายละเอียด ติดต่อ โทร. ๐ ๕๖๒๑ ๙๑๐๐-๒๙ ต่อ ๑๑๙๐-๑

ถ้ำบ่อยา หรือ วัดเทพนิมิตทรงธรรม จากบริเวณเชิงเขา มีบันไดขึ้นไปสู่ตัวถ้ำ ภายในถ้ำมีบริเวณกว้างขวางพอสมควร แบ่งออกเป็น ๓ ช่วง ตอนแรก เป็นที่ตั้งพระประธานองค์ใหญ่ ช่วงที่ ๒ อยู่ลึกเข้าไปข้างในเป็นทางตัน บริเวณนี้จะมีบ่อน้ำทิพย์ซึ่งชาวบ้านถือว่าเป็นบ่อยาศักดิ์สิทธิ์อยู่ด้วย ช่วงที่ ๓ เป็นทางที่จะออกจากบริเวณถ้ำสู่ภายนอกได้ทางหนึ่ง ภายในถ้ำมีไฟฟ้าให้แสงสว่างตลอดทั้งถ้ำ

การเดินทาง ถ้ำบ่อยาตั้งอยู่ที่หมู่บ้านหินก้อน ตำบลหนองกรด ห่างจาก ตัวเมืองประมาณ ๓๐ กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑ จากนครสวรรค์ มุ่งหน้าสู่จังหวัดกำแพงเพชร ระยะทางประมาณ ๑๕ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายตรงสามแยก เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๑๐๗๒ สายหนองเบน – ลาดยาวประมาณ ๑ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายตรงป้ายทางเข้าวัดถ้ำบ่อยาเป็นทาง ลูกรังรวมประมาณ ๖ กิโลเมตร

วัดคีรีวงศ์ ตั้งอยู่ถนนมาตุลี และถนนดาวดึงส์ ตรงข้ามวิทยาลัยอาชีว ศึกษานครสวรรค์ พื้นที่ของวัดมีทั้งบริเวณเขาและที่ราบประมาณ ๒๘๐ ไร่ มีลักษณะเป็นภูเขา ด้านเหนือ ด้านตะวันออก และด้านตะวันตกเป็นภูเขา ทางเข้าจะอยู่ด้านใต้ทางเดียว มีลักษณะคล้ายฮวงจุ้ย เดิมชื่อเขาใหญ่ ปัจจุบันชื่อ ดาวดึงส์ วัดคีรีวงศ์ มีสิ่งน่าสนใจ ดังนี้อุโบสถมีภาพวาดพระเจ้าสิบชาติ ภาพพุทธประวัติ ปางแสดงปฐมเทศนา และปางแสดงโอวาทปาฏิโมกข์พระพุทธชินสีห์ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางสมาธิ หน้าตักกว้าง ๕ วา ๙ นิ้ว ลักษณะผสมรูปแบบสมัยเชียงแสน สุโขทัย และรัตนโกสินทร์ คือ ขัดสมาธิเพชร เกตุดอกบัวตูม สังฆาฏิสั้น ซึ่งเป็นแบบพระพุทธรูป สมัยเชียงแสน พระพักตร์ ส่วนองค์ และพระพาหาเป็นแบบสมัยสุโขทัย ส่วนแท่นพระเป็นแบบสมัยรัตนโกสินทร์

พระจุฬามหาเจดีย์ ตั้งอยู่บนเขาดาวดึงส์ วัดคีรีวงศ์ สร้างตรงฐาน พระเจดีย์เก่า ซึ่งสร้างในสมัยศตวรรษที่ ๑๙ ปลายกรุงสุโขทัยประมาณ ๖๐๐ ปีมาแล้ว โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโก) วัดมหาธาตุ กรุงเทพฯ เป็นผู้ตั้งชื่อให้และแนะนำให้สร้างพระจุฬามหาเจดีย์ไว้บน ยอดเขา ภายในองค์พระเจดีย์ชั้น ๔ มีพระพุทธรูปจำลองที่สำคัญของ ประเทศไทยไว้ให้สักการะบูชา ๔ องค์ คือ พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) พระพุทธชินราชจำลอง พระพุทธโสธรจำลอง และ พระพุทธรูปหล่อหลวงพ่อวัดไร่ขิง และภายในโดมเจดีย์ มีภาพจิตรกรรม ฝาผนังเกี่ยวกับพระพุทธประวัติไว้ให้ชมด้วย โทร. ๐ ๕๖๒๒ ๒๐๐๙, ๐ ๕๖๒๒ ๖๑๙๙ www.kiriwong.net

การเดินทาง จากสะพานเดชาติวงศ์ ใช้ถนนสายนครสวรรค์ – พิษณุโลก ถึงสี่แยกเลี้ยวขวา ประมาณ ๘๐๐ เมตร อยู่ด้านซ้ายมือ

สวนกล้วยไม้พิไลพร หมู่ ๑๒ บ้านวังยาง ตำบลตะเคียนเลื่อน มีเนื้อที่ ประมาณ ๒๐ ไร่ ชมการปลูกเลี้ยง และจำหน่ายพันธุ์กล้วยไม้สกุลต่างๆ เช่น แคทลียา แวนด้า ช้าง และไม้ไทย นอกจากนี้ ยังมีพันธุ์ไม้หลาก หลายชนิดตามฤดูกาล เช่น มะม่วง กล้วยหอม กระท้อน มะนาวเมืองจีน ชมพู่ น้ำเพชร ฝรั่ง มะละกอแขกดำ มะปราง มะยงชิด โทร. ๐ ๕๖๒๒ ๓๔๐๗

การเดินทาง ใช้เส้นทางสายนครสวรรค์-อำเภอโกรกพระ ระยะทาง ประมาณ ๖ กิโลเมตร เลี้ยวขวา ประมาณ ๒ กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้าย ตามป้ายชี้ทางประมาณ ๖ กิโลเมตร อยู่ทางด้านขวามือ ห่างจาก ตัวจังหวัดประมาณ ๑๗ กิโลเมตร

วัดเกาะหงษ์ ตำบลตะเคียนเลื่อน เป็นวัดเก่าแก่มีอายุกว่า ๒๐๐ ปี ตั้งอยู่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชาวบ้านบริเวณวัดมีเชื้อสายมอญ มีการอนุรักษ์ การละเล่นแบบโบราณ เช่น การเล่นสะบ้า ลูกช่วง มอญซ่อนผ้า รวมถึง งานประเพณีต่างๆ เช่น งานประเพณีแข่งเรือ งานปิดทองไหว้พระ และ งานประเพณีสงกรานต์ นอกจากนี้ ภายในวัดยังมีสถาปัตยกรรมที่สำคัญ คือ วิหาร (โบสถ์เก่า) ลักษณะศิลปะอยุธยาตอนปลาย-รัตนโกสินทร์ตอนต้น ภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังรูปเทพชุมชนหลายองค์เขียนต่อเนื่องกันไปแบบงานจิตรกรรมสมัยอยุธยา ลักษณะฝีมือช่างหลวง ศาลาการเปรียญเป็นที่ประดิษฐานสังขารหลวงปู่อินทร์ (พระครูนิโรธธรรม ประยุตร) มีโรงเรือยาวโบราณ และวัดเกาะหงษ์ยังมีชื่อเสียงด้านการรักษา โรคด้วยวิธีการเหยียบฉ่า ซึ่งมีผู้ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก

การเดินทาง ใช้เส้นทางสายนครสวรรค์-อำเภอโกรกพระ ระยะทาง ประมาณ ๖ กิโลเมตร วัดอยู่ทางด้านซ้ายมือ ระหว่างทางมีร้านค้าชุมชน ขายผลไม้ตามฤดูกาล ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๗ กิโลเมตร

ศูนย์แสดงเครื่องปั้นดินเผาบ้านมอญ หมู่ ๑ ตำบลบ้านแก่ง เป็นหมู่บ้านที่สืบทอดการปั้นเครื่องปั้นดินเผามาเป็นเวลากว่า ๑๐๐ ปี เปิดให้เข้าชม และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ อาทิ โอ่ง กระถาง ของประดับดินเผาตกแต่งสวน ตกแต่งบ้าน และของที่ระลึก โทร. ๐ ๕๖๓๖ ๒๔๐๗ (อบต.บ้านแก่ง)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *