มะพร้าวเอนอ่าววกตุ่ม เกาะพะงัน สุราษฏร์ธานี

มะพร้าวเอนอ่าววกตุ่ม เกาะพะงัน สุราษฏร์ธานี
มะพร้าวเอนอ่าววกตุ่ม เกาะพะงัน สุราษฏร์ธานี

เส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายหาดตะวันตกนี้จะเริ่มจากท้องศาลามีถนนขนาดเล็กเลาะเลียบอ่าวในวก อ่าวปลายแหลม ไปเรื่อยๆจนถึงอ่าววกตุ่ม แถบนี้ท้องทะเลเป็นโคลนและค่อนข้างตื้นไม่เหมาะกับการเล่นน้ำทะเล  ทั้งยังเป็นพื้นที่ที่มีป่าโกงกางขึ้นอยู่ทั่วไป   บางแห่งเป็นหาดขนาดเล็กและบังกะโลรวมทั้งรีสอร์ทขนาดใหญ่ตั้งอยู่บ้างแต่ไม่มากนักอย่างไรก็ดีบริเวณนี้กลับเป็นพื้นที่หมู่บ้านประมงชายฝั่งที่มีวิถีชีวิตของชาวประมงและอู่ต่อเรือขนาดเล็กของชาวบ้านให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาถึงวิถีชาวเกาะได้อย่างดี ทั้งยังเป็นแหล่งที่ชาวบ้านมักออกแทงกุ้งในเวลากลางคืน ต่อวาย(การจับปลาหมึกยักษ์) ในเวลาใกล้รุ่งยามน้ำลด และหาหอยกลมในเวลากลางวันกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ในช่วงเวลาน้ำลง   การหาหอยกลมนี้เป็นวิถีชีวิตของผู้คนแถบนี้มาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า  ตายายโดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านออกไปหาหอยในทะเล  ด้วยการเอาน้ำมันพืชใช้แล้วใส่ขวดแชมพูแล้วหยดลงไปบนผิวน้ำทะเล ทำาให้เห็นน้ำทะเลใสขึ้นสามารถมองทะลุลงไปถึงพื้น เบื้องล่างเห็นตัวหอยที่อยู่ตามหน้าดินจึงจับหอยขึ้นมาได้  หอยกลมนี้มีรสชาติ หวานอร่อยนำมาทำาอาหารได้หลายอย่าง เช่น  ผัดกะเพรา ผัดน้ำมันหอย ต้มกะทิและเอาเนื้อมาแกงกินได้ ในปีหนึ่งจะมีเทศกาลจับหอยกลมกัน 1 ครั้ง ประมาณเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมซึ่งเป็นช่วงลมพัทธยาจะมีหอยชนิดนี้เข้ามามาก โดย อบจ.และเทศบาลร่วมกันจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี มีชาวบ้านและนักท่องเที่ยวออกไปหาหอยกลมแข่งขันกันตามกรรมวิธีท้องถิ่นแล้วเอามาทำอาหารรับประทานกันอย่างเอร็ดอร่อยเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวที่ขึ้นหน้าขึ้นตาของอ่าววกตุ่ม นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติรักษาระบบนิเวศด้วยการทิ้งซากปะการังเพื่อให้เป็นที่อยู่ของหอยกลมในพื้นที่ ที่จัดไว้และร่วมกันปลูกป่าชายเลน เป็นการรักษาระบบนิเวศและปลูกฝังจิตสำนึกให้กับชาวบ้านรวมทั้งนักท่องเที่ยว ให้รู้รักษ์ธรรมชาติเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนอีกด้วย

final-พะงัน-22-2
มะพร้าวเอนอ่าววกตุ่ม เกาะพะงัน สุราษฏร์ธานี
final-พะงัน-23-1
มะพร้าวเอนอ่าววกตุ่ม เกาะพะงัน สุราษฏร์ธานี

 

 

 

 

 

 

นอกจากนี้ อ่าววกตุ่มยังมีต้นมะพร้าวเอนอายุ 100ปี ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีโดยเฉพาะในหมู่ชาวต่างประเทศซึ่งมักจะท่องเที่ยวด้วยการอ่านไกด์บุ้คและบอกต่อๆ กันมามะพร้าวเอนต้นนี้จากสอบถามชาวบ้านได้ความว่าเห็นมันเอนมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ คาดว่าจะมีอายุเฉียดๆ 100 ปีก็เป็นได้ นับเป็นสิ่งมหัศจรรย์น่าพิศวงน่าค้นหาเป็นอย่างยิ่งว่ามันเอนจนแทบจะติดกับพื้นน้ำแต่สามารถยืนยงคงกะพันผ่านคลื่นลมมรสุมมาถึงวันนี้ได้อย่างไร กล่าวกันว่ามะพร้าวต้นนี้มีนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาถ่ายภาพไปแล้วไม่น้อยกว่า  1 ล้านภาพสำหรับมุมที่สวยงามที่สุดจะเป็นมุมถ่ายภาพยามพระอาทิตย์ตกกับมะพร้าวเอนปัจจุบันเป็นสัญลักษณ์ที่ขึ้นชื่อที่สุดอย่างหนึ่งบนเกาะพะงันนอก จากนี้ยังมีอนุสาวรีย์หอยกลมตั้งอยู่ที่บริเวณหาดหินกองเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่ง ที่ระลึกถึงหอยกลมซึ่งมีอยู่คู่วิถีชาวบ้านเกาะพะงันมาช้านานนอกจากแหล่งท่องเที่ยวชายหาดนี้แล้ว บริเวณพื้นที่ใกล้เคียงกันของหาดวกตุ่ม ด้านในซึ่งส่วนใหญ่เป็นสวนมะพร้าวและบ้านเรือนของชาวบ้าน ยังมีวัดที่สำคัญตั้งอยู่  ในแถบนี้ถึง 3 วัด คือ วัดอัมพวัน วัดภูเขาน้อยและวัดสมัยคงคา ทั้งสามแห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่คู่กับเกาะพะงันมาช้านาน โดยวัดอัมพวันเป็นวัดแรกที่หลวงพ่อเพชรวชิโร หรือพระครูวิบูลย์ธรรมสารพระอริยสงฆ์ชื่อดังของเกาะพะงันเป็นผู้สร้างก่อนที่จะพบพื้นทีสร้างวัดภูเขาน้อยเป็นลำดับต่อมา หลวงพ่อเพชรเป็นพระที่มีวัตรปฏิบัติที่เข้มแข็งในการปฏิบัติธรรมท่านบวชเป็นสามเณรตั้งแต่อายุ 17   ปีและอยู่ในเพศบรรพชิตตลอดมา ท่านเป็นนักสู้กับกิเลสตัวยง ไม่ฉันเนื้อสัตว์ตลอดชีวิต  มากด้วยการศึกษาเล่าเรียนในพระปริยัติในหลายสำานักทั้งที่เกาะสมุย ไชยาและวัดพระเชตุพนฯกรุงเทพฯ   ท่านยึดมั่นในธุดงควัตรทั้งในภาคเหนือและภาคอีสานตลอดจนในประเทศอินเดียและศรีลังกา จนกระทั่ง พ.ศ. 2430 ท่านจึงได้กลับมาสู่เกาะพะงัน บ้านวกตุ่มและได้สร้างวัดอัมพวันและวัดภูเขาน้อยขึ้นในเวลาต่อมาเพื่อเป็นสถานที่วิปัสสนา กรรมฐานที่สำาคัญบนเกาะพะงัน ปัจจุบันวัดภูเขาน้อยมีมณฑปหลวงพ่อเพชรและรอยเท้าของท่านที่แผ่บารมีปาฏิหาริย์ประทับไว้เป็นรอยบนแผ่นหินให้ผู้คนกราบไหว้บูชามาจวบจนทุกวันนี้ นอกจากนั้นยังมีวิหารรูปหล่อหลวงพ่อเพชรและพระอุโบสถมหาอุดประดิษฐานพระขวัญเมือง พระประธานที่สร้างโดยหลวงพ่อเพชร และมีเจดีย์เก่าแก่ประดับด้วยเครื่องถ้วยชามโบราณ ซึ่งกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญ ส่วนวัดสมัยคงคาเป็นวัดแห่งที่ 3 ที่หลวงพ่อเพชรสร้างขึ้นบนเกาะพะงัน มีบ่อน้ำทิพย์ที่ชาวบ้านมีความเชื่อว่าสามารถรักษาโรคต่างๆให้หายขาดได้และเมื่อได้ประพรมน้ำจากบ่อน้ำทิพย์แห่งนี้ก็ถือเป็นสิริมงคลและมีหอระฆังซึ่งเป็นที่ตั้งกลองโบราณอยู่อีกแห่งหนึ่ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

*

code