Categories
สถานที่ท่องเที่ยวภาคอีสาน

วัดผาตากเสื้อ หนองคาย

ชมวิวแม่น้ำโขง และทิวทัศน์สองฝั่งไทยลาว หนองคายนั้นมีพื้นที่ของจังหวัดทอดยาวคดเคี้ยวตามแม่น้ำโขง ซึ่งบริเวณพื้นที่เลียบโขงนี้เองมีทางหลวงหมายเลข 211 ขนานไปกับแม่น้ำโขงตลอดแนว วิธีที่จะเที่ยวได้สะดวกสุดก็คือการขับรถเที่ยวชม ตลอดทางนอกจากวิวแม่น้ำโขงแสนสวยแล้ว ถนนสายนี้ก็ยังมีสถานที่เที่ยวเด่นๆ ของหนองคายให้แวะชมกันหลายแห่ง ที่ไม่ควรพลาดที่สุดก็คือ วัดผาตากเสื้อ วัดบนเนินเขาสูงที่คุณสามารถชมวิวทิวทัศน์แม่น้ำโขงไหลโค้งขนานไปกับแผ่นดินไทย และลาวได้อย่างสวยงามที่สุด แม้วัดจะตั้งอยู่บนเขาสูงแต่ถนนหนทางสู่วัดก็ไม่ได้แย่จนเกินไป มีช่วงท้ายๆ ก่อนถึงวัดเท่านั้นที่เป็นทางดินลูกรัง รถเก๋งก็สามารถขับรถมาเที่ยวได้ไม่ยาก เมื่อถึงลานจอดรถเดินขึ้นไปไม่ไกลก็จะพบ พระอุโบสถวัดผาตากเสื้อ แวะชมกันก่อนก็ได้เป็นพระอุโบสถแบบจตุรมุขมีทางขึ้นลง 3 ด้าน ภายในขนาดไม่กว้างมากบนเพดานมีภาพจิตรกรรมเรื่องราวพุทธประวัติให้ชม ส่วนองค์พระปรานเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ โดยมีพระพุทธรูปปางต่างๆ ตั้งอยู่ด้านข้างอีกหลายองค์ จากนั้นเดินไปทางศาลาการเปรียญด้านหลังอาคารหลังนี้จะเป็นหน้าผา และยังเป็นจุดชมวิวอันสวยงามขึ้นชื่อของวัด จากจุดชมวิวแห่งนี้มองออกไปจะเห็นแม่น้ำโขงช่วงที่โค้งมาจากทอศเหนือสู่ทิศใต้ โดยทางฝั่งซ้ายมือคืออำเภอสังคมฝั่งไทย ส่วนฝั่งชวามือเป็นแขวงเวียงจันทน์ของประเทศลาว โดยจากประเทศลาวจะเห็นแม่น้ำสายหนึ่งไหลออกมาบรรจบกับแม่น้ำโขงด้วย จุดชมวิวแห่งนี้สามารถมาเที่ยวชมได้ตลอดปี ช่วงแล้งน้ำระดับน้ำในแม่น้ำโขงจะลดลงเยอะจนเกิดเป็นดอน หรือสันทรายกลางแม่น้ำหลายแห่ง ส่วนฤดูฝนน้ำเยอะไม่เห็นดอนแต่ได้เห็นแม่น้ำโขงน้ำเต็มตลิ่ง สายหมอก และผืนป่าสีเขียวแทน ขากลับออกมาสู่ทางหลวงหมายเลข 211 สามารถแวะเที่ยวน้ำตกธารทองได้ด้วย ลักษณะเป็นสายน้ำไหลไปตามลานหินคล้ายแก่งระยะทางประมาณ 30 เมตร ตลอดเส้นทางมีแอ่งน้ำให้เล่นน้ำอย่างดี เหมาะมาเที่ยวชมที่สุดก็คือฤดูฝน เพราะจะมีน้ำให้เล่นกันเยอะ มาช่วงแล้งน้ำหมดเหลือแต่แก่งหินแห้งๆ จากนั้นขากลับสู่ตัวเมืองหนองคายก็ยังมีวัดดังของหนองคายให้แวะอีก 2 แห่ง คือ วัดหินหมากแป้ง และวัดศรีชมพู […]

Categories
สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ

สะพานซูตองเป้ สะพานไม้แห่งศรัทธาของเมืองสามหมอก แม่ฮ่องสอน

สะพานซูตองเป้แห่งนี้กำลังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งใหม่ของเมืองแม่ฮ่องสอน สร้างขึ้นโดยชาวบ้านกุงไม้สักเพื่อให้พระสงฆ์ และชาวบ้านได้ใช้เป็นเส้นทางสัญจนไปมา แม้สะพานซูตองเป้จะมีระยะทางยาวเพียง 500 เมตร แต่ก็ก่อกำเนิดมาจากแรงศรัทธาของชาวบ้านจนประสบความสำเร็จสมกับชื่อ ซูตองเป้ ที่หมายถึง ความสำเร็จ สะพานซูตองเป้ ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน บริเวณบ้านกุงไม้สัก ห่างจากตัวเมืองเพียง 15 กิโลเมตรเท่านั้น คำว่า ซูตองเป้ มาจากภาษาไทยใหญ่ หมายถึง ความสำเร็จ ซึ่งตรงกับจุดเด่นของสะพานที่ชาวบ้านในท้องถิ่นช่วยกันนำเสาไม้เก่าในบ้สนคนละต้นสองต้นมาเป็นเสาหลักคอยค้ำจุนสะพาน รวมถึงยังช่วยกันลงแรงสานพื้นไม้ไผ่ที่มีความยาวถึง 500 เมตรจนสามารถเดินข้ามไปมาได้อย่างดี ซึ่งระยะเวลาการก่อสร้างสะพานใช้เวลาลงมือลงแรงก่อสร้างกันถึง 2 เดือน สะพานซูตองเป้จึงได้ชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า สะพานไม้แห่งศรัทธา โดยวัตถุประสงค์ของการสร้างสะพานไม้แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นเส้นทางสัญจรระหว่างชาวบ้านกับพระภิกษุ ตัวสะพานได้ถูกวางทอดยาวบนที่นา รอบด้านโอบล้อมไปด้วยทิวทัศน์ขุนเขา ตลอดปีบนสะพานจึงมีทิวทัศน์อันงดงามไม่น้อย โดยในช่วงฤดูฝนนาข้าวรอบสะพานจะเป็นสีเขียวขจี ส่วนในช่วงฤดูหนาวทุ่งนารอบด้านจะเป็นสีเหลืองทองสวยงามไม่แพ้กัน ยามเช้าบริเวณสะพานซูตองเป้ยังเป็นจุดทำบุญใส่บาตรของชาวบ้านด้วย หากมาเยือนกันในช่วงเช้าตรู่ก็จะได้สัมผัสกับภาพวิถีชีวิตอันงดงามควบคู่ไปกับทิวทัศน์ทุ่งนาข้าวอันสวยงาม จากนั้นช่วงสายๆ เดินข้ามสะพานไปยัง สวนธรรมภูสมะ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเนินเขาหรือปลายทางอีกด้านหนึ่งของสะพาน ใจกลางวัดเป็นสถานที่ตั้งของพระพุทธรูปเจ้าพาราซูตองเป้ หรือจะขับรถกลับไปเที่ยวชมวัดในตัวเมืองแม่ฮ่องสอนก็มีน่าชมอยู่หลายแห่ง เช่น วัดจองคำ วัดจองกลาง วัดพระธาตุดอยกองมู วัดพระนอน วัดถ้ำก่อ และวัดหัวเวียง ที่ตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน การเดินทาง […]

Categories
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

สถานที่ท่องเที่ยวเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ตั้งอยู่ที่ถนนศรีอยุธยา เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาขึ้น โดยมีสมเด็จพระบรมวงศ์เธอกรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์เป็นผู้ออกแบบ ก่อสร้างศิลปะสถาปัตยกรรมไทยโบราณที่มีความวิจิตรงดงามและเป็นระเบียบ ได้รับการยกย่องว่าเป็นวัดที่มีการวางแปลนแผนผังที่ดีที่สุดวัดหนึ่ง ทั้งยังประดับด้วยหินอ่อนที่ดีที่สุดจากประเทศอิตาลี เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในชื่อ “Marble Temple” พระประธานของวัดจำลองมาจากพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เมืองพิษณุโลก บริเวณพระระเบียงด้านหลังพระอุโบสถเรียงรายด้วยพระพุทธรูปโบราณปางต่างๆ ๕๒ องค์ ซึ่งสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ทรงรวบรวมมาจากหัวเมืองต่างๆ และต่างประเทศ หรือ www.watbencha.com พระบรมรูปทรงม้า สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อพ.ศ. ๒๔๕๑ ด้วยเงินที่ประชาชนได้เรี่ยไรสมทบทุน โดย จ้างนายช่างชาวฝรั่งเศสแห่งบริษัท ซุซ เซอร เฟรส ฟองเดอร์ หล่อมาจากกรุงปารีส ส่วนเงินที่เหลือพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงนำไปใช้สร้างมหาวิทยาลัยขึ้น มีนามตามพระปรมาภิไธยว่า “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” พระที่นั่งอนันตสมาคม ตั้งอยู่ใกล้กับพระบรมรูปทรงม้าและพระที่นั่งวิมานเมฆ เริ่มก่อสร้างในสมัยรัชกาลที่ ๕ เมื่อพ.ศ. ๒๔๕๐ โดยมีเจ้าพระยายมราชหรือนายปั้น สุขุม เป็นแม่กองจัดการก่อสร้าง ช่างออกแบบ วิศวกรและช่างเขียนภาพเป็นชาวอิตาเลียน ทั้งนี้มีพระราชประสงค์ที่จะสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่รับรองแขกเมือง และประชุมปรึกษาราชการแผ่นดิน เป็นอาคารหินอ่อนสองชั้น ตัวอาคารเป็นอาคารหินอ่อนแบบเรอเนอซองส์ของประเทศอิตาลีและแบบนีโอคลาสสิก ภายนอกประดับด้วยหินอ่อน ซึ่งสั่งมาจากเมืองคารารา ประเทศอิตาลี มีโดมสูงใหญ่อยู่ตรงกลางและมีโดมเล็กๆ โดยรอบ […]

Categories
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

สถานที่ท่องเที่ยวเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

พระบรมมหาราชวัง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสร้างขึ้นพร้อมสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อแรกสร้าง ประกอบด้วย ๓ ส่วนคือ พระมหาปราสาท พระราชมณเฑียรสถาน และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีเนื้อที่ ๑๓๒ ไร่ ในอดีตพระบรมมหาราชวังเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ ลักษณะแบบแผนการก่อสร้างคล้ายคลึงกับพระบรมมหาราชวังเก่าในสมัยกรุงศรีอยุธยา คือ มีวัดพระศรีรัตนศาสดาราม อยู่ในบริเวณวังเหมือนกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๔ และรัชกาลที่ ๕ เริ่มรับอิทธิพลจากตะวันตก ทำให้สถาปัตยกรรมมีลักษณะผสมผสานกับทางตะวันตกมากขึ้น หมู่พระที่นั่งที่สำคัญมีดังนี้คือ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เดิมชื่อพระที่นั่งอินทราภิเษกมหาปราสาท เป็นพระมหาปราสาทองค์แรกที่สร้างขึ้นในพระราชวัง เป็นที่ประดิษฐานพระบรมศพพระมหากษัตริย์ สมเด็จพระอัครมเหสี และพระบรมวงศานุวงศ์ ใช้ประกอบพระราชพิธีสำคัญ เช่น พระราชพิธีการมงคลและบำเพ็ญพระราชกุศลต่างๆ พระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท อยู่ใกล้กับพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ใช้เป็นที่ประทับทรงพระราชพาหนะ และประทับเปลื้องเครื่องในงานพระราชพิธีที่มีขบวนแห่ พระที่นั่งพิมานรัตยา สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๓๓๒ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงใช้เป็นที่บรรทม และทรงใช้เป็นที่ชุมนุมมหาสมาคมสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชบริพารฝ่ายในเข้ารับพระราชทานเครื่องอิสริยยศ และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และนอกจากนั้นยังเป็นที่สรงน้ำพระบรมศพพระบรมวงศานุวงศ์ ก่อนที่จะประดิษฐานพระบรมโกศใน พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท สร้างในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อพ.ศ. ๒๔๑๙ ใช้เป็นที่รับรองพระราชอาคันตุกะชั้นพระราชาธิบดี […]

Categories
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

พิพิธภัณฑ์หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่ที่อำเภอบางพลี ในมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ก่อตั้งขึ้นด้วยปณิธานของมูลนิธิปอเต็กตึ๊งในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และปรัชญามหาวิทยาลัยในการบำรุงรักษาศิลปวัฒนธรรมและการวิจัยเพื่อชุมชน จัดแสดงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย-จีน ด้านต่าง ๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เช่น ด้านการค้าทางเรือสำเภา การอพยพของชาวจีนเข้ามาประเทศไทยในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ การจำลองร้านขายยาแผนโบราณ ภูมิปัญญาชาวจีนด้านการทอผ้า วรรณกรรมที่แปลจากภาษาจีน นิทรรศการ ๙๐ ปีมูลนิธิปอเต็กตึ๊งและยังมีพิพิธภัณฑ์สมุทรปราการจัดแสดงของที่ได้รับจากชุมชน เช่น สามล้อ เรือ อุปกรณ์ทำนา การเดินทาง รถประจำทางสาย ๑๓๒, ๑๓๓, ปอ. ๕๓๗ พิพิธภัณฑ์ฯ เปิดบริการทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๓๐ น. ปิดบริการวันเสาร์ อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ไม่เสียค่าเข้าชม ติดต่อสอบถามรายละเอียด โทร. ๐ ๒๓๑๒ ๖๓๐๐ ต่อ ๑๓๓๙, ๑๓๔๖ บึงตะโก้ เป็นบึงที่นักท่องเที่ยวนิยมเล่นกีฬาทางน้ำ ได้แก่ เคเบิ้ลสกีและวินด์เซิร์ฟ อัตราค่าบริการ ๒ ชั่วโมง ๓๐๐ บาท ทั้งวัน ๕๐๐ […]

Categories
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง เป็นตลาดน้ำแห่งใหม่ใกล้กรุงเทพฯ ตั้งอยู่บริเวณตำบล บางน้ำผึ้ง เป็นการร่วมมือระหว่าง อบต.บางน้ำผึ้ง และชาวบ้านในชุมชนสร้างตลาดน้ำแห่งนี้เพื่อหาทางแก้ไขภาวะผลผลิตล้นตลาด ซึ่งตลาดน้ำแห่งนี้สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนได้เป็นอย่างดี เสน่ห์ของตลาดน้ำแห่งนี้ คือ วิถีชีวิตชาวบ้านริมคลอง ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายมอญ และยังมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นบ้านและอาหารที่มีชื่อเสียงของชุมชน เช่น ดอกไม้เกล็ดปลา ปั้นธูปสมุนไพร หอยทอดขนมครก และมะม่วงน้ำดอกไม้ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีเรือพายให้บริการ อัตราค่าเช่าลำละ ๔๐ บาท และ ยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวสัมผัสวิถีชีวิตชุมชน และชื่นชมธรรมชาติอันสวยงามของสวนผลไม้ในชุมชน โดยเช่าจักรยานในราคา ๓๐ บาท/คัน ตลาดน้ำ บางน้ำผึ้งจะมีเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา ๐๘.๐๐-๑๔.๐๐ น. ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานองค์การบริการส่วนตำบลบางน้ำผึ้ง โทร. ๐ ๒๘๑๙ ๖๗๖๒, ๐๘ ๑๑๗๑ ๔๙๓๐ การเดินทาง รถยนต์-ลงจากทางด่วน (ดาวคะนอง-สุขสวัสดิ์) ที่ถนนสุขสวัสดิ์ จะเห็นสามแยกพระประแดง-สุขสวัสดิ์ เลี้ยวบริเวณข้างปั้มน้ำมัน BP พอถึงตลาดพระประแดงให้เลี้ยวซ้ายผ่านวัดทรงธรรมวรวิหารไปตามถนนเพชรหึงษ์ประมาณ ๕ กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าซอยเพชรหึงษ์ […]

Categories
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ และสถานที่ท่องเที่ยวอำเภอเมืองสมุทรปราการ

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ตั้งอยู่เลขที่ ๙๙/๙ หมู่ ๑ ตำบลบางเมืองใหม่ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างจากแรงบันดาลใจ ความคิดและจินตนาการของ คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ผู้สร้างเมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ และปราสาทสัจธรรม เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เพื่อให้เป็นสถานที่เก็บรักษาศิลปวัตถุ มรดกทางวัฒนธรรมด้านต่าง ๆ และเพื่อสืบสานอนุรักษ์งานศิลป์ไทยให้คงอยู่สืบชั่วลูกชั่วหลานสืบไป ช้างเอราวัณหรือช้างสามเศียร เป็นประติมากรรมลอยตัวที่ใช้เทคนิคการเคาะโลหะขึ้นรูปด้วยมือเป็นแห่งแรกในโลก ทำจาก โลหะทองแดงนับแสนชิ้นแผ่นเล็กสุดขนาดเท่าฝ่ามือนำมาย่างไฟให้อ่อนตัว แล้วเคาะเรียงต่อกันด้วยความประณีต ตัวช้างรวมอาคารมีความสูง ๔๓.๖๐ เมตร (หรือสูงขนาดตึก ๑๔-๑๗ ชั้นโดยประมาณ) อาคารพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณแบ่งออกเป็น ๒ ส่วนใหญ่ๆ คือ ส่วนบนของตัวช้างและส่วนล่างของตัวช้าง ส่วนบนของตัวช้าง เฉพาะส่วนหัวมีน้ำหนักประมาณ ๑๐๐ ตัน ลำตัวช้างหนัก ๑๕๐ ตัน สูง ๒๙ เมตร กว้าง ๑๒ เมตรและยาว ๓๙ เมตร ท้องช้างหรือชั้นสวรรค์ ปูด้วยไม้มะเกลือสีออกดำ ออกแบบให้เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงวัตถุมีค่า เช่น ภาพเขียนสีฝุ่นรูปสุริยจักรวาล […]

Categories
สถานที่ท่องเที่ยวภาคอีสาน

สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอบึงบูรพ์ จังหวัดศรีสะเกษ

วัดป่าเนรัญชราราม (เรือพิฆาตสังสารวัฎ) ตั้งอยู่ที่บ้านหนองคูใหญ่ ตำบลเป๊าะ เป็นวัดที่สร้างเป็นรูปเรือมีลักษณะด้านยาว ๕๕ เมตร สูง ๒๔ เมตร เรือหมายถึงพาหนะนำผู้คนก้าวข้ามกิเลส สิ่งยั่วยุต่าง ๆ อันเป็นผลให้คนเราวนเวียนอยู่ในสังสารวัฎฎ์ วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๔๐ แล้วเสร็จปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ตัวเรือแบ่งเป็น ๕ ชั้น จำแนกได้ดังนี้ ชั้น ๑ (ห้องใต้ท้องเรือ) จัดเป็นห้องกรรมฐาน ชั้น ๒ (ห้องตัวเรือ) เป็นศูนย์ปฏิบัติธรรม ชั้น ๓ (โบสถ์เจดีย์) เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชินราชจำาลอง ชั้น ๔ ห้องพระพุทธรูป ชั้น ๕ ห้องพระบรมสารีริกธาตุ ปัจจุบันมีพระครูวีระญาณ โสพณ เป็น เจ้าอาวาสวัด การเดินทาง จากสี่แยกบ้านส้มป่อย อำเภออุทุมพรพิสัย เลี้ยวขวาตามทางหลวงหมายเลข ๒๐๘๓ จนถึงกิโลเมตรที่ ๑๖ บริเวณสามแยกเลี้ยวซ้ายเข้าอำเภอบึงบูรพ์ ตามทางหลวงชนบท […]

Categories
สถานที่ท่องเที่ยวภาคอีสาน

สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ

วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว (วัดล้านขวด) ตั้งอยู่ในเขตสุขาภิบาล สิ่งปลูกสร้างภายในตกแต่งด้วยขวดแก้วหลากสีหลายแบบนับล้านใบที่ชาวบ้านได้ช่วยกันบริจาค เป็นวัดที่มีลักษณะสวยงามแปลกตา โดยเฉพาะศาลาใหญ่ที่เรียกว่า ศาลาฐานสโมสรมหาเจดีย์แก้ว และนอกจากนี้ยังมีสิม (โบสถ์) ที่ใช้ขวดเครื่องดื่มจำนวนมากเป็นส่วนประกอบในการสร้างตั้งอยู่กลางน้ำ ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหยกขาวข้างหลังองค์ประธานตกแต่งลวดลายด้วยฝาจีบของเครื่องดื่มต่าง ๆ ที่นำมาประกอบรวมกันซึ่งมีความสวยงามแปลกตา การเดินทาง จากวงเวียน อำเภอขุนหาญ วนออกทางขวาถนนหมายเลข ๒๑๒๘ ฝั่งโรงเรียนบ้านสิริขุนหาญ ตรงไป ๕๐ เมตร เลี้ยวขวาไปอีก ๑๐๐ เมตร วัดจะอยู่ทางซ้ายมือ ปราสาทตำหนักไทร ตั้งอยู่ที่บ้านตำหนักไทร ตำบลบักดอง เป็นปราสาทอิฐหลังเดียวบนฐานศิลาทราย ก่อด้วยอิฐเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีประตูเข้าออกได้ด้านเดียว คือ ด้านทิศตะวันออก ซึ่งเป็นด้านหน้า อีก ๓ ด้าน เป็นประตูหลอก คือ สลักเป็นรูปบานประตูลงในเนื้ออิฐ บริเวณทางเข้ามีสิงห์จำหลักสองตัว เฉพาะด้านหน้า กรอบประตูเป็นหินทราย แต่เดิมเคยมีทับหลังเป็นภาพพระนารายณ์บรรทมสินธุ์ มีพระชายาลักษมีนั่งอยู่ปลายพระบาท และพระพรหมผุดมาจากพระนาภี สองข้างพระพรหมเป็นรูปฤาษีและบุคคลนั่งในซุ้มเรือนแก้ว ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย ปราสาทตำหนักไทรเป็นเทวาลัยในศาสนาพราหมณ์ อายุราวพุทธศตวรรษ ที่ ๑๖ – ๑๗ […]

Categories
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

สถานที่เที่ยว แหล่งท่องเที่ยวอำเภอเมืองลพบุรี ตอนที่ 2

เทวสถานปรางค์แขก อยู่ใกล้กับนารายณ์ราชนิเวศน์ เป็นโบราณสถานที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดของลพบุรี เป็นปรางค์ก่อด้วยอิฐมีสามองค์ แต่ไม่มีฉนวน ต่อเชื่อมกันเหมือนปรางค์สามยอด นักโบราณคดีกำหนดว่ามีอายุราวพุทธ ศตวรรษที่ ๑๕ เพราะมีลักษณะคล้ายกับปรางค์ ศิลปะเขมรแบบพะโค (พ.ศ. ๑๔๒๕-๑๕๓๖) เป็นปรางค์แบบเก่าซึ่งมีประตูทางเข้าแบบโค้งแหลม ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯ โปรดให้สร้างวิหารขึ้นด้านหลัง และถัง เก็บน้ำซึ่งอยู่ทางด้านทิศใต้ของปรางค์ ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวิหารขึ้นด้านหน้า และถังเก็บน้ำประปา ทางด้านทิศใต้ของเทวสถาน พระปรางค์สามยอด ตั้งอยู่บนเนินดินทางด้านตะวันตกของทางรถไฟใกล้กับศาลพระกาฬ มีลักษณะเป็นปรางค์เรียงต่อกัน ๓ องค์ มีฉนวน ทางเดินเชื่อมติดต่อกัน พระปรางค์สามยอดเป็นศิลปะเขมรแบบบายน ซึ่งมี อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ สร้างด้วยศิลาแลง และตกแต่งลวดลายปูนปั้น ที่สวยงาม เสาประดับกรอบประตูแกะสลักเป็นรูปฤาษีนั่งชันเข่าในซุ้มเรือนแก้ว ซึ่งเป็นแบบเฉพาะของเสาประดับกรอบประตูศิลปะเขมรแบบ บายนปรางค์องค์กลางมีฐาน แต่เดิมเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปและมี เพดานไม้เขียนลวดลายเป็นดอกจันสีแดง ด้านหน้าทางทิศตะวันออกมีวิหารสร้างขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์ มหาราช ประดิษฐานพระพุทธรูปศิลาขนาดใหญ่ปางสมาธิที่สมบูรณ์ดี เป็นศิลปะแบบสมัยอยุธยาตอนต้น อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๒๐ ปรางค์สามยอดนี้แต่เดิมคงเป็นเทวสถานของขอมในพุทธศาสนาลัทธิ มหายาน ต่อมาได้ดัดแปลงเป็นเทวสถานโดยมีฐานศิวลึงค์ปรากฏอยู่ใน องค์ปรางค์ทั้งสามปรางค์ จนกระทั่งถึงรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯ จึงได้ บูรณะปฏิสังขรณ์พระปรางค์สามยอดเป็นวัดในพระพุทธศาสนา […]